Story
Shein จ่อระดมทุนสูงสุด 3 พันล้านดอลลาร์ ผ่าน IPO ในฮ่องกง อาจเกิดขึ้นเร็วสุดสิงหาคมนี้

Summary
Shein บริษัทค้าปลีกแฟชั่นออนไลน์รายใหญ่ ตั้งเป้าระดมทุนราว 2-3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนสิงหาคมนี้ หลังได้รับไฟเขียวจากหน่วยงานกำกับดูแลของจีน
Shein ผู้ค้าปลีกสินค้าแฟชั่นรายใหญ่ กำลังพิจารณาระดมทุนประมาณ 2-3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนสิงหาคมนี้ ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์กซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดการเสนอขายหุ้น
เป้าหมายการระดมทุนดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในการ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคในปีนี้ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าจำนวนเงินที่ระดมทุนได้จริงจะขึ้นอยู่กับการประเมินมูลค่าบริษัทและความต้องการของนักลงทุน ซึ่งหมายความว่าทั้งจังหวะเวลาและขนาดของการเสนอขายยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้
แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ก่อนหน้านี้ว่า Shein อาจตั้งเป้าหมายการประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ 40-50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการ IPO ครั้งนี้ ซึ่งเป็นระดับที่ลดลงจากมูลค่าสูงสุดที่เคยประเมินไว้ถึง 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
ความคืบหน้าด้านกฎระเบียบ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจาก Shein ได้รับไฟเขียวจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกอุปสรรคสำคัญที่ทำให้แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ล่าช้ามานาน
Adขั้นตอนต่อไปคือการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการพิจารณาการจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) ซึ่งมีกำหนดในวันพฤหัสบดีนี้ หากได้รับการอนุมัติ Shein จะสามารถเริ่มกระบวนการนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน (Investor Roadshows) และเปิดจองซื้อหุ้น (Bookbuilding) ได้ทันที
เส้นทางสู่ตลาดหลักทรัพย์
การ IPO ในฮ่องกงครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของ Shein หลังจากแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐอเมริกาและลอนดอนประสบความล้มเหลวมาก่อนหน้านี้ บริษัทซึ่งก่อตั้งโดย สกาย สวี่ (Sky Xu) ผู้ประกอบการชาวจีนในปี 2012 ได้ยื่นเอกสารเพื่อขอจดทะเบียนในฮ่องกงอย่างเป็นส่วนตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และต้องรอการอนุมัติจากทางการปักกิ่งเป็นเวลานานเกือบหนึ่งปี
Shein เป็นที่รู้จักจากการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เช่น ชุดเดรสราคา 5 ดอลลาร์ และกางเกงยีนส์ราคา 10 ดอลลาร์ ไปยังกว่า 150 ประเทศทั่วโลก การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของบริษัท