Story
Kroger กำไรไตรมาส 2 แกร่งกว่าคาด แต่ปรับลดคาดการณ์ยอดขาย ท่ามกลางอุปสงค์ชะลอตัว

Kroger (KR) เผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งกว่าคาด แต่ในขณะเดียวกันก็เผชิญกับสัญญาณการชะลอตัวของอุปสงค์จากผู้บริโภค โดยบริษัทได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของยอดขายตลอดทั้งปีลง แม้จะยังคงเป้าหมายกำไรไว้เท่าเดิม
ผลประกอบการสวนทาง: กำไรแกร่ง-ยอดขายอ่อนแอ
ในไตรมาสที่ 2 Kroger รายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วที่ $1.09 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ $1.06 และเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รายได้รวมอยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อยที่ 3.465 หมื่นล้านดอลลาร์
ประเด็นสำคัญคือ ยอดขายจากสาขาเดิมที่ไม่รวมเชื้อเพลิง (Identical sales excluding fuel) ซึ่งเป็นมาตรวัดสำคัญของธุรกิจค้าปลีก เติบโตเพียง 0.2% เท่านั้น สะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอลงอย่างชัดเจน ปัจจัยที่ช่วยพยุงกำไรคืออัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) ที่ปรับตัวดีขึ้น 13 เบสิสพอยต์ โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโต 20%, ธุรกิจสื่อค้าปลีก (Retail media) โต 24% และการบริหารจัดการต้นทุนด้านการจัดหาและยา
หั่นคาดการณ์ยอดขาย แต่คงเป้ากำไร
Kroger ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ไม่รวมเชื้อเพลิงสำหรับทั้งปีลงอย่างมีนัยสำคัญ มาอยู่ที่ช่วง 0.2%–0.8% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1%–2% บริษัทให้เหตุผลว่าการปรับลดครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยกดดัน ได้แก่
- ผลกระทบจากกฎหมาย Inflation Reduction Act ต่อธุรกิจร้านยา
- พฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
- ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงด้านการเบิกจ่ายยา
Adแม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านยอดขาย แต่ Kroger ยังคงคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วสำหรับทั้งปีไว้ที่ $5.10–$5.30 และกำไรจากการดำเนินงานไว้ที่ 5.0–5.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทเชื่อมั่นว่ามาตรการควบคุมต้นทุนและธุรกิจอื่น ๆ จะสามารถชดเชยยอดขายที่ชะลอตัวลงได้
มุมมองนักลงทุนและปัจจัยที่ต้องจับตา
ผลประกอบการครั้งนี้ทำให้นักลงทุนมีมุมมองที่แตกต่างกัน ฝ่ายที่มองในแง่ดีเชื่อว่าการประหยัดต้นทุน, การเติบโตของธุรกิจสื่อค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการซื้อหุ้นคืน จะช่วยปกป้องผลกำไรของบริษัทได้ ในทางกลับกัน ฝ่ายที่มองในแง่ลบกังวลว่าการพึ่งพากลไกควบคุมต้นทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่ยั่งยืนหากยอดขายและจำนวนลูกค้าไม่ฟื้นตัว
สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาในอนาคตอันใกล้ ได้แก่
- งาน Investor Update วันที่ 20 ตุลาคม 2026: ซึ่งฝ่ายบริหารจะเปิดเผยแผนกลยุทธ์ระยะยาว
- ผลประกอบการไตรมาส 3 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2026: นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับตัวเลขยอดขายสาขาเดิมและอัตรากำไร
- การซื้อหุ้นคืน: บริษัทได้ซื้อหุ้นคืนไปแล้วประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีแรก และคาดว่าจะดำเนินการส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลัง
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้