Story

Citi ชี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรงเป็นปัจจัยฉุดเงินเยนอ่อนค่า จากแรงขายป้องกันความเสี่ยง

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
Citi ชี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรงเป็นปัจจัยฉุดเงินเยนอ่อนค่า จากแรงขายป้องกันความเสี่ยง
Text size
Background

ซิตี้กรุ๊ป (Citi) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า การที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง เนื่องจากธุรกรรมการปรับสมดุลพอร์ตและการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของนักลงทุน

บทวิเคราะห์ระบุว่า ตราบใดที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ก็จะยังคงมีแรงกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง

กลไกตลาดหุ้นกดดันค่าเงินเยน

Citi อธิบายว่าเมื่อมูลค่าของหุ้นญี่ปุ่นที่นักลงทุนถือครองอยู่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างชาติมักจะขายเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Hedging) การกระทำดังกล่าวเป็นการล็อกกำไรในรูปของสกุลเงินอื่น โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ

  • แรงขายจากนักลงทุน: การเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้นกระตุ้นให้เกิดการขายเงินเยนเพื่อปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอ
  • แรงกดดันต่อเนื่อง: หากตลาดหุ้นยังคงเป็นขาขึ้นต่อไป ความต้องการขายเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงก็จะยังคงมีอยู่ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินเยนอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่อาจพลิกสถานการณ์

Sample IUX Markets – In-articleAd

อย่างไรก็ตาม Citi มองว่ามีสองปัจจัยหลักที่อาจช่วยควบคุมการอ่อนค่าของเงินเยนได้ คือการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) ตัดสินใจปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติเร็วขึ้นกว่าที่คาด หรือการที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยนโดยตรง

นอกจากนี้ หากตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงปรับตัวขึ้นแต่ในอัตราที่ชะลอลง แรงกดดันต่อเงินเยนก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย เนื่องจากความจำเป็นในการเข้าป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุนจะลดลง โดย Citi ชี้ว่าระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตาในระยะสั้น

มุมมองระยะยาวและบริบทตลาด

แม้ว่าในระยะสั้นเงินเยนจะเผชิญแรงกดดัน แต่ Citi ยืนยันว่ามุมมองเชิงบวกต่อค่าเงินเยนในระยะยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้เงินเยนอ่อนค่าในช่วงที่ผ่านมาคือการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ (Ultra-loose Monetary Policy) ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางหลักอื่นๆ ทั่วโลกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Back to latest news

LATEST