Story
วิเคราะห์ 5 หุ้นกลุ่มหนี้สูง เผชิญความเสี่ยงสูงสุดหากดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาขึ้น

Summary
บริษัทที่มีภาระหนี้สินสูงและมีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยต่ำเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดหากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยข้อมูลล่าสุดชี้เป้า 5 บริษัทที่อาจได้รับผลกระทบหนักที่สุด
บริษัทที่มีภาระหนี้สูงและมีความสามารถในการทำกำไรเพื่อชำระดอกเบี้ยที่อ่อนแอ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การวิเคราะห์ตลาดในปัจจุบันชี้ว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์, สาธารณูปโภค, หุ้นขนาดเล็ก และหุ้นกลุ่มวัฏจักรที่มีหนี้สินจำนวนมากเป็นกลุ่มที่เปราะบางเป็นพิเศษ
5 หุ้นที่เผชิญความเสี่ยง
ข้อมูลจาก Investing.com ได้คัดกรองและระบุรายชื่อ 5 บริษัทที่มีความเสี่ยงสูงต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยพิจารณาจากโครงสร้างหนี้สินและความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย ดังนี้
- Bausch Health (BHC): หนี้สินต่อโครงสร้างเงินทุน 86.8%, อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย 1.7x
- Avis (CAR): หนี้สินต่อโครงสร้างเงินทุน 86.7%, อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย 1.0x
- JetBlue (JBLU): หนี้สินต่อโครงสร้างเงินทุน 85.0%, อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย -1.0x
- Clear Channel (CCO): หนี้สินต่อโครงสร้างเงินทุน 84.2%, อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย 0.9x
- Medical Properties (MPT): หนี้สินต่อโครงสร้างเงินทุน 81.7%, อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย 1.2x
ทำไมหุ้นเหล่านี้จึงเปราะบาง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทเหล่านี้มีความเสี่ยงไม่ได้มาจากหนี้สินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของภาระหนี้ที่สูงกับความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งหมายความว่าต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
Ad- JBLU มีความเปราะบางชัดเจนที่สุด โดยมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยติดลบ ซึ่งหมายความว่ากำไรจากการดำเนินงานในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย
- MPT เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยโดยตรง เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการดูแลสุขภาพต้องเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งจะลดทอนความน่าสนใจของเงินปันผล
- CAR มีแรงกดดันจากต้นทุนการจัดหาเงินทุนสำหรับยานพาหนะและฝูงรถยนต์อยู่แล้ว การขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งบีบกระแสเงินสดของบริษัทให้ลดลงไปอีก
- BHC และ CCO มีภาระหนี้สินที่หนักอึ้ง ทำให้มีช่องว่างทางการเงินจำกัดหากต้นทุนการรีไฟแนนซ์สูงขึ้น โดยเฉพาะ CCO ที่อยู่ในอุตสาหกรรมโฆษณาซึ่งเป็นไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจ
มุมมองสำหรับนักลงทุน
หัวใจสำคัญของความเสี่ยงคือการมีหนี้สินสูงควบคู่ไปกับความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่จำกัด กรณีที่ดีที่สุด (Bull Case) คือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่เกิดขึ้นจริง หรืออัตราดอกเบี้ยกลับมามีเสถียรภาพอย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน กรณีที่เลวร้ายที่สุด (Bear Case) คือสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน (higher-for-longer) ซึ่งจะผลักดันให้ต้นทุนการรีไฟแนนซ์หนี้สินเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็จะกดดันให้มูลค่าของหุ้น (Equity Valuations) ปรับตัวลดลงพร้อมกัน
Read next
More on หุ้น
Brookfield ทุ่ม 600 ล้านดอลลาร์ ลงทุนธุรกิจเชื้อเพลิงสีเขียวของ ACME ในอินเดีย
Brookfield ผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือกจากสหรัฐฯ ประกาศลงทุนมูลค่าสูงสุด 600 ล้านดอลลาร์ใน ACME Cleantech Ventures ของอินเดีย เพื่อขยายการผลิตแอมโมเนียและเมทานอลสีเขียว นับเป็นการรุกเข้าสู่ตลาดเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำในภูมิภาคเป็นครั้งแรก

หุ้นไต้หวันปิดบวก 1.01% ได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานและเคมีภัณฑ์
ดัชนี Taiwan Weighted ปิดตลาดวันพฤหัสบดีปรับตัวสูงขึ้น 1.01% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นในกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มพลาสติกและเคมีภัณฑ์

อินเดียเตือน: ร่างกฎหมายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียของสหรัฐฯ อาจกระทบความสัมพันธ์ทวิภาคี
อินเดียแสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ที่จะคว่ำบาตรผู้ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานโลก

Beretta เตรียมยื่นเสนอซื้อหุ้น Sturm Ruger เพิ่มเป็น 25% ตามรายงานข่าว
Beretta ผู้ผลิตอาวุธปืนสัญชาติอิตาลี มีแผนจะยื่นข้อเสนอเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Sturm, Ruger & Co. ผู้ผลิตปืนสัญชาติอเมริกันเป็น 25% จากเดิม 10% ตามรายงานของสื่ออิตาลี ซึ่งจะทำให้บริษัทมีสิทธิ์แต่งตั้งกรรมการบริหารได้