Story

Fitch ปรับแนวโน้มเครดิต Moody’s เป็น 'บวก' ชี้สถานะการเงินแข็งแกร่งและกระแสเงินสดเติบโต

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 13, 20261 min read
Fitch ปรับแนวโน้มเครดิต Moody’s เป็น 'บวก' ชี้สถานะการเงินแข็งแกร่งและกระแสเงินสดเติบโต

Summary

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของ Moody’s Corporation เป็น 'บวก' จากเดิม 'คงที่' สะท้อนสถานะผู้นำตลาดที่แข็งแกร่ง กระแสเงินสดอิสระที่ขยายตัว และนโยบายการเงินที่สม่ำเสมอ

Text size
Background

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ประกาศยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating) ของ Moody’s Corporation (NYSE:MCO) ที่ระดับ 'BBB+' พร้อมทั้งปรับแนวโน้มอันดับเครดิตขึ้นเป็น 'บวก' (Positive) จากเดิมที่ 'คงที่' (Stable) ซึ่งส่งสัญญาณถึงโอกาสในการปรับขึ้นอันดับเครดิตในอนาคต

นอกจากนี้ ฟิทช์ยังได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารระยะสั้นและตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-Term IDR and commercial paper) ที่ระดับ 'F1'

ปัจจัยหนุนการปรับแนวโน้ม

การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวกมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากสถานะทางการเงินและตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งของ Moody’s ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก

ฟิทช์ระบุถึงปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่:

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • ตำแหน่งผู้นำตลาด: สถานะที่แข็งแกร่งในธุรกิจจัดอันดับเครดิตทั่วโลก
  • กระแสเงินสดอิสระ: ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอิสระที่เติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง
  • การกระจายรายได้: ความสำเร็จในการขยายธุรกิจไปสู่บริการอื่น โดยเฉพาะ Moody’s Analytics ซึ่งปัจจุบันสร้างรายได้ประจำ (recurring revenue) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของรายได้รวมทั้งหมด ช่วยลดการพึ่งพิงรายได้จากธุรกิจจัดอันดับเพียงอย่างเดียว
  • นโยบายการเงิน: การดำเนินนโยบายทางการเงินที่สม่ำเสมอและมีวินัย

สถานะการเงินและมุมมองในอนาคต

ณ สิ้นปี 2025 Moody's มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA (EBITDA leverage) อยู่ที่ 1.7 เท่า บริษัทมีเงินสดในงบดุลมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ พร้อมด้วยวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ และโครงการตราสารหนี้ระยะสั้นมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

ฟิทช์คาดการณ์ว่า Moody's จะยังคงสามารถรักษาอัตรากำไร EBITDA ให้อยู่ในระดับสูงกว่า 50% และควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA ให้อยู่ต่ำกว่า 2.0 เท่า ได้ในอนาคต ขณะเดียวกันคาดว่าบริษัทจะยังคงนโยบายการคืนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนต่อไป โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน สำหรับนักลงทุน การปรับแนวโน้มเป็น 'บวก' ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะกลาง

Back to latest news

LATEST