Story

ส่วนต่างกำไรน้ำมันดีเซลพุ่งทุบสถิติเหนือ 100 ดอลลาร์ ท่ามกลางวิกฤตอุปทาน กดดันบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จ่อทดสอบ 5%

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Aug 19, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
ส่วนต่างกำไรน้ำมันดีเซลพุ่งทุบสถิติเหนือ 100 ดอลลาร์ ท่ามกลางวิกฤตอุปทาน กดดันบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จ่อทดสอบ 5%
Text size
Background

ส่วนต่างกำไรจากการกลั่นน้ำมันดิบเป็นน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ หรือ Diesel Crack Spread ได้พุ่งทะยานเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงวิกฤตอุปทานเชื้อเพลิงสำเร็จรูปทั่วโลกที่กำลังทวีความรุนแรง และสร้างแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว

วิกฤตอุปทานซ้อนดันส่วนต่างกำไร

ข้อมูลล่าสุดจากตลาดระบุว่า ส่วนต่างราคาดีเซลได้ปิดตลาดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ และเคยทำสถิติสูงสุดระหว่างวันที่ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเดือนตุลาคม 2022 อย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์นี้เกิดจากปัจจัยลบหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

  • วิกฤตช่องแคบแฝด: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ ทำให้การขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหยุดชะงัก
  • อุปทานจากรัสเซียลดลง: การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียด้วยโดรนของยูเครน ส่งผลให้รัสเซียต้องประกาศระงับการส่งออกเชื้อเพลิงชั่วคราว
  • ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน: การโจมตีโรงกลั่นในลิเบียและโรงงานในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี ยิ่งทำให้อุปทานในตลาดตึงตัวมากขึ้น
  • สต็อกในสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบหลายสิบปี: แม้สหรัฐฯ จะส่งออกน้ำมันดีเซลในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่สต็อกคงคลังในประเทศกลับลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1996 สำหรับช่วงเวลาเดียวกันของปี

ภาวะกำไรที่สูงเป็นพิเศษยังกระตุ้นให้โรงกลั่นหลายแห่งเลื่อนกำหนดการซ่อมบำรุงออกไป ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงักของสายการผลิตโดยไม่คาดคิด และอาจผลักดันให้ราคาสูงขึ้นไปอีก

ผลกระทบต่อ "สมอแห่งการกำหนดราคาสินทรัพย์"

ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงและรวดเร็วกว่าราคาน้ำมันดิบต่อต้นทุนการขนส่ง ราคาสินค้า และการคาดการณ์เงินเฟ้อ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคการขนส่งทางบก การเกษตร การก่อสร้าง และการทำความร้อนในช่วงฤดูหนาว ปัจจัยนี้จึงสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว ซึ่งเปรียบเสมือน "สมอแห่งการกำหนดราคาสินทรัพย์" (Anchor for asset pricing) ทั่วโลก

Sample IUX Markets – In-articleAd

ล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yield) ได้ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 4.74% และกำลังมุ่งหน้าทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 5% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีเคยพุ่งแตะ 5.33% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 การที่อัตราผลตอบแทนซึ่งเป็น "อัตราดอกเบี้ยที่ปราศจากความเสี่ยง" (Risk-free Rate) ปรับตัวสูงขึ้น จะกดดันการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการประเมินมูลค่าสูง

หนี้ AI และภาครัฐแย่งชิงเงินทุน

นอกเหนือจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังเผชิญกับแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากการออกตราสารหนี้จำนวนมหาศาล ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ

  • กระแสการออกหุ้นกู้ของบริษัท AI: บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Hyperscalers) เช่น Alphabet และ Amazon ได้ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ไปแล้วราว 194,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และคาดว่าอาจสูงถึง 250,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี เพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตหลายเท่าตัว
  • การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ: รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงมีการขาดดุลงบประมาณจำนวนมหาศาล ทำให้ต้องออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนอย่างต่อเนื่อง

การออกตราสารหนี้จำนวนมหาศาลจากทั้งสองแหล่งนี้กำลังแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงเงินทุนจากนักลงทุนกลุ่มเดียวกัน เช่น บริษัทประกันและกองทุนบำนาญ ซึ่งส่งผลให้ค่าชดเชยความเสี่ยงของพันธบัตรระยะยาว (Term Premium) เพิ่มสูงขึ้น และกดดันให้อัตราผลตอบแทนในตลาดปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

Read next

More on สินค้าโภคภัณฑ์
รายงานจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น

สินค้าโภคภัณฑ์

รายงานจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น

Oct 28, 2026

ข้อมูลล่าสุดจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความต้องการที่อ่อนตัวลง

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง

สินค้าโภคภัณฑ์

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง

Oct 28, 2026

UBS ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง ปริมาณสินค้าคงคลังทั่วโลกที่ลดลง และต้นทุนค่าขนส่งที่สูงเป็นประวัติการณ์

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกาตาร์ โดยระบุว่า "รับไม่ได้"

สินค้าโภคภัณฑ์

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกาตาร์ โดยระบุว่า "รับไม่ได้"

Oct 28, 2026

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านปฏิเสธร่างข้อตกลงล่าสุดที่กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาแปดเดือน โดยกล่าวว่าแนวคิดดังกล่าว "ยอมรับไม่ได้" และส่งสัญญาณถึงภาวะชะงักงันทางการทูตที่ยังคงดำเนินต่อไป ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย

อาร์เจนตินาเตรียมคว้าส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองในสหภาพยุโรป หลังกฎระเบียบเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าส่งผลกระทบต่อบราซิล

สินค้าโภคภัณฑ์

อาร์เจนตินาเตรียมคว้าส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองในสหภาพยุโรป หลังกฎระเบียบเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าส่งผลกระทบต่อบราซิล

Oct 28, 2026

อุตสาหกรรมถั่วเหลืองของอาร์เจนตินากำลังเตรียมพร้อมที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองของสหภาพยุโรปให้มากขึ้น เนื่องจากคาดว่ากฎระเบียบต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของบราซิลซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ

Back to latest news

LATEST