Story
กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ ชะงัก Coinbase เปลี่ยนแนวรบ หันเจรจาตรงกับ SEC และ CFTC

ไบรอัน อาร์มสตรอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Coinbase Global (COIN) ได้ประกาศปรับเปลี่ยนทิศทางกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยจะหันมามุ่งเน้นการเจรจาโดยตรงกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ แทนการผลักดันร่างกฎหมายระดับสหพันธรัฐ หลังจากที่ "ร่างกฎหมาย Clarity Act" ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมคริปโตต้องหยุดชะงักในกระบวนการทางนิติบัญญัติ
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงานของอุตสาหกรรม จากการวิ่งเต้นในสภาคองเกรสไปสู่การทำงานผ่านช่องทางของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อลดความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากการขาดกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
ความล้มเหลวของร่างกฎหมาย Clarity Act
ร่างกฎหมาย Clarity Act ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างกรอบการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซีในระดับสหพันธรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดขอบเขตอำนาจของหน่วยงานต่างๆ ให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยปูทางให้สถาบันการเงินกระแสหลักอย่างธนาคารสามารถเข้ามาในตลาดนี้ได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม อาร์มสตรองได้ยอมรับในการให้สัมภาษณ์ร่วมกับ *The Daily Wolf* และ *Yahoo Finance* ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่น่าจะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาได้อีกต่อไป เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง ทั้งนี้ Coinbase ได้พยายามผลักดันกฎหมายนี้อย่างหนักผ่านการล็อบบี้ในวอชิงตัน และให้การสนับสนุนทางการเงินผ่านคณะกรรมการดำเนินการทางการเมือง (PAC) ที่ชื่อว่า FairShake
หน่วยงานกำกับดูแลเดินหน้าแม้ไร้กฎหมายใหม่
แม้ว่าความพยายามในการออกกฎหมายจะล้มเหลว แต่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ กลับมีความเคลื่อนไหวเชิงรุก ซึ่งอาจช่วยเร่งให้เกิดการปรับตัวในอุตสาหกรรม เดวิน ไรอัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยฟินเทคของ Citizens Bank ชี้ว่า การเคลื่อนไหวของหน่วยงานกำกับดูแลอาจทำให้ภาคส่วนคริปโตสามารถผนวกรวมเข้ากับระบบการเงินที่มีอยู่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในระยะสั้น
Adความคืบหน้าล่าสุดจากฝั่งหน่วยงานกำกับดูแล ได้แก่:
- ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ได้ประกาศอนุญาตให้แพลตฟอร์มในสหรัฐฯ สามารถให้บริการ หุ้นในรูปแบบโทเคน (Tokenized Stocks) ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับแจ้งล่วงหน้า 30 วันก่อนเริ่มการซื้อขาย
- คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ได้อนุมัติให้แพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์อย่าง Kalshi สามารถจดทะเบียน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่หมดอายุ (Perpetual Contracts) ที่เชื่อมโยงกับโลหะมีค่าได้
มุมมองและทิศทางต่อไปของ Coinbase
อาร์มสตรองได้สะท้อนมุมมองว่า แม้ร่างกฎหมาย Clarity Act จะเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ แต่สำหรับ Coinbase แล้ว อาจหมายถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีท เขาจึงมองว่าการเลือกเส้นทางที่ยากลำบากกว่าในการเจรจาโดยตรงกับหน่วยงานกำกับดูแล อาจเป็นประโยชน์ต่อบริษัทมากกว่า เนื่องจากมีเพียงไม่กี่บริษัทที่เต็มใจจะเดินในเส้นทางนี้
การเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมคริปโตเพื่อความอยู่รอด โดยเลือกที่จะทำงานภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีอยู่เพื่อสร้างความแน่นอนทางธุรกิจ แทนที่จะรอคอยกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ ขณะที่การแข่งขันระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมและแพลตฟอร์มคริปโตกำลังจะเปลี่ยนโฉมไป หลังจากการเข้ามาของผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้