Story
Citi ชี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยกดดันเงินเยนอ่อนค่า

Summary
Citi วิเคราะห์ว่าการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่นสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ ได้สร้างแรงกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลง จากการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงและปรับสมดุลพอร์ตของนักลงทุน
ซิตี้ (Citi) ระบุว่าการที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดการขายเงินเยน ซึ่งเป็นผลมาจากการทำธุรกรรมเพื่อปรับสมดุลพอร์ตและป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ความเชื่อมโยงระหว่างหุ้นและค่าเงิน
บทวิเคราะห์จากซิตี้ระบุว่า ตราบใดที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ก็จะยังคงสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินเยนต่อไป กลไกสำคัญคือเมื่อมูลค่าของหุ้นญี่ปุ่นในพอร์ตของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้น พวกเขามีแนวโน้มที่จะขายเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Hedging) ซึ่งส่งผลให้มีอุปทานเงินเยนในตลาดเพิ่มขึ้น
การที่ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ได้กระตุ้นให้เกิดธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขายเงินเยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยที่อาจเปลี่ยนทิศทาง
ซิตี้ชี้ว่ามีสองแนวทางหลักที่จะสามารถควบคุมการอ่อนค่าของเงินเยนภายใต้สภาวะเช่นนี้ได้:
Ad- การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ): หาก BOJ ตัดสินใจปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ (Monetary Policy Normalization) เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
- การแทรกแซงของกระทรวงการคลัง: หากกระทรวงการคลังญี่ปุ่น (Ministry of Finance) เข้าแทรกแซงตลาดโดยตรงด้วยการเข้าซื้อเงินเยน
นอกจากนี้ ซิตี้ยังระบุว่าหากตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงปรับตัวขึ้นแต่ในอัตราที่ชะลอลง แรงกดดันต่อเงินเยนก็จะลดลงเช่นกัน เนื่องจากความจำเป็นในการขายเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุนจะน้อยลง
มุมมองและระดับสำคัญที่ต้องจับตา
ในระยะสั้น ซิตี้ระบุว่าระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม แม้เงินเยนจะเผชิญแรงกดดันในปัจจุบัน แต่นักวิเคราะห์ของซิตี้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อค่าเงินเยนในระยะยาว (Long-term bullish scenario) โดยระบุว่าสถานการณ์นี้ไม่กระทบต่อภาพรวมดังกล่าวมากนัก
ปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงกดดันเงินเยนคือความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายพิเศษ (Ultra-loose monetary policy) สวนทางกับธนาคารกลางหลักอื่นๆ ที่ใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัว