Story
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจีนผงาดรับกระแส AI สร้างอำนาจต่อรองใหม่ ท่ามกลางการจับตาของสหรัฐฯ

ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีนกำลังก้าวขึ้นมามีอำนาจต่อรองในตลาดโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปที่พุ่งสูงขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้บริษัทเหล่านี้สามารถกำหนดราคาและคัดเลือกลูกค้าได้เอง แต่ความสำเร็จนี้ก็มาพร้อมกับการถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาลสหรัฐฯ
อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นในยุค AI
การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ได้เปลี่ยนโฉมธุรกิจชิปหน่วยความจำ จากเดิมที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีกำไรต่ำ กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่เป็นที่ต้องการอย่างสูง ChangXin Memory Technologies (CXMT) ผู้ผลิตชิป DRAM รายใหญ่อันดับสี่ของโลก และ Yangtze Memory Technologies Corp (YMTC) ผู้ผลิตหน่วยความจำแฟลช ต่างกำลังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้อย่างเต็มที่
แหล่งข่าวหลายรายเปิดเผยกับ Reuters ว่า ขณะนี้ผู้ผลิตชิปของจีนสามารถกำหนดราคาได้เอง และในบางกรณีก็ตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่งจากเกาหลีใต้อย่าง Samsung และ SK Hynix เสียอีก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความขัดแย้งด้านราคาระหว่าง CXMT และ Huawei ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ จนนำไปสู่การที่ CXMT สั่งให้วิศวกรที่เกี่ยวข้องกับ Huawei ออกจากพื้นที่วิจัยและพัฒนาของตนในเดือนมิถุนายน
ในทางกลับกัน CXMT ได้เซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปีกับ ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ TikTok มูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจต่อรองที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เติบโตสู่ตลาดหลักทรัพย์และความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์
Adความสำเร็จทางธุรกิจกำลังปูทางให้บริษัทเหล่านี้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ CXMT มีกำหนดจะเปิดตัวการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในเซี่ยงไฮ้ มูลค่า 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสัปดาห์หน้า หลังจากที่บริษัทสามารถลบขาดทุนที่สะสมมานานนับทศวรรษได้ภายในเวลาเพียงหกเดือน โดยมีรายได้ในไตรมาสแรกพุ่งสูงขึ้นถึง 719% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ YMTC ก็กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน โดยผู้บริหารบางส่วนตั้งเป้าหมายมูลค่าบริษัทไว้ที่ 1 ล้านล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ได้ดึงดูดความสนใจจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ระบุว่าทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทการทหารของจีน ซึ่ง YMTC ถูกขึ้นบัญชีดำทางการค้า (Entity List) ไปแล้ว ทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยีและซัพพลายเออร์จากสหรัฐฯ เป็นไปอย่างจำกัด ขณะที่ CXMT ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีดังกล่าวเช่นกัน
แผนขยายกำลังการผลิตและข้อจำกัดทางเทคโนโลยี
แม้จะเผชิญกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ผู้ผลิตชิปของจีนยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดย CXMT กำลังสร้างโรงงานแห่งใหม่ 2 แห่ง ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเป็นมากกว่า 600,000 เวเฟอร์ต่อเดือน และอาจแซงหน้า Micron ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญจากสหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030 หากแผนการเป็นไปตามเป้า
อย่างไรก็ดี ทั้งสองบริษัทยังคงมีข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่สำคัญ นั่นคือการพึ่งพาเครื่องจักรผลิตชิป Deep Ultraviolet (DUV) จากบริษัท ASML ของเนเธอร์แลนด์ และไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักร Extreme Ultraviolet (EUV) ที่ล้ำสมัยกว่าได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการส่งออก ซึ่งทำให้เทคโนโลยีการผลิตชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่สำคัญสำหรับ AI ของจีนยังคงตามหลังคู่แข่งอยู่หลายปี
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้