Story
หุ้น eVTOL: เปรียบเทียบ Joby, Archer และ Vertical Aerospace หลัง Archer รุกตลาดกลาโหม

ภาคส่วนอากาศยานไฟฟ้าที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง (eVTOL) กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก โดยหุ้นหลักทั้งสามบริษัทปรับตัวลดลงระหว่าง -43% ถึง -76% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ ในเดือนกรกฎาคม 2026 เริ่มส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการที่ Archer Aviation หันไปรุกตลาดกลาโหมอย่างจริงจัง
ภาพรวมตลาดและความท้าทาย
บริษัท eVTOL ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่เรียกว่า "valley of death" ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทมีการใช้เงินสดสูงในการวิจัยและพัฒนา แต่ยังไม่สามารถสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาในราคาหุ้นของทั้งสามบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญตลอดปีที่ผ่านมา
- Joby Aviation (JOBY): -43.2% YTD
- Archer Aviation (ACHR): -31.2% YTD
- Vertical Aerospace (EVTL): -70.1% YTD
แม้ว่าทุกบริษัทจะยังไม่มีรายได้ แต่แต่ละแห่งมีปัจจัยพื้นฐานและทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
วิเคราะห์รายบริษัท
Joby Aviation (JOBY): ตัวเลือกที่มั่นคงที่สุด
Joby Aviation (JOBY) ถือเป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งหลายด้าน
- สถานะทางการเงิน: มีสภาพคล่องรวมสูงถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรมและเพียงพอต่อการดำเนินงานในช่วงที่รอการรับรองมาตรฐาน
- พันธมิตรเชิงกลยุทธ์: ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทชั้นนำอย่าง Toyota, Delta Air Lines และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
- ความคืบหน้าด้านกฎระเบียบ: ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการนำร่อง eVTOL Integration Pilot Program (EIPP) ของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งสำคัญในการขอใบอนุญาต
- มุมมองนักวิเคราะห์: H.C. Wainwright และ Cantor Fitzgerald ต่างให้คำแนะนำ "ซื้อ/เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" โดยมีราคาเป้าหมายที่ $9.00
AdArcher Aviation (ACHR): เดิมพันครั้งใหม่ในตลาดกลาโหม
Archer Aviation (ACHR) เพิ่งประกาศปัจจัยกระตุ้นสำคัญเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 โดยได้ร่วมมือกับ Anduril พัฒนาแพลตฟอร์มอากาศยานไร้คนขับสำหรับใช้งานทั้งเชิงพาณิชย์และการทหาร ภายใต้ชื่อรุ่นสำหรับกองทัพว่า "Thunder" การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของบริษัทครั้งใหญ่ เนื่องจากสัญญาจากภาครัฐอาจช่วยสร้างรายได้ก่อนที่จะได้รับการรับรองจาก FAA สำหรับการบินเชิงพาณิชย์ และยังเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่อิงกับการใช้จ่ายด้านกลาโหมอีกด้วย
จากปัจจัยดังกล่าว Cantor Fitzgerald ยังคงคำแนะนำ "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ $11.00 ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันถึง +108% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่ที่การเผาผลาญเงินสดและสัญญากับกองทัพที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
Vertical Aerospace (EVTL): ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง
Vertical Aerospace (EVTL) กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยล่าสุดได้เลื่อนกำหนดการรับรองมาตรฐานเครื่องบินรุ่น Valo ออกไปเป็นปี 2029 (จากเดิมปี 2028) บริษัทมีมูลค่าตลาดเพียง 208 ล้านดอลลาร์ และมีกำหนดการอัปเดตแผนการระดมทุนในวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านเงินทุน แม้จะมียอดสั่งซื้อล่วงหน้าแบบมีเงื่อนไขมูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์ แต่ยอดดังกล่าวจะยังไม่เกิดขึ้นจริงหากไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
บทสรุปสำหรับนักลงทุน
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว Joby Aviation (JOBY) ถือเป็นตัวเลือกที่เน้นคุณภาพและความมั่นคงทางการเงินมากที่สุด ขณะที่ Archer Aviation (ACHR) เป็นการลงทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน โดยความสำเร็จขึ้นอยู่กับแผนการรุกตลาดกลาโหม ส่วน Vertical Aerospace (EVTL) จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นเก็งกำไรสูงจากความล่าช้าในการขอใบอนุญาตและความไม่แน่นอนด้านเงินทุน
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้