Story

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี พุ่งทะลุ 5% สูงสุดรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Sep 15, 20261 min read
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี พุ่งทะลุ 5% สูงสุดรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย

Summary

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ท่ามกลางการคาดการณ์ของตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึง เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Text size
Background

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (U.S. 10-Year Treasury yield) พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันอังคาร แตะระดับ 5.030% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ การทะยานขึ้นครั้งนี้สะท้อนการคาดการณ์ของตลาดการเงินที่ให้น้ำหนักอย่างสูงว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมที่จะสิ้นสุดลงในวันพุธนี้

การคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยหนุนยีลด์พุ่ง

แรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรเกิดขึ้นจากการที่นักลงทุนเชื่อมั่นว่าเฟดจะกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 ความเชื่อมั่นดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่ออกมาสูงกว่าคาด

  • ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
  • ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2% อย่างมีนัยสำคัญ
  • ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ชี้ว่า ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้พุ่งสูงกว่า 85%

แรงกดดันเงินเฟ้อและผลกระทบต่อตลาดหุ้น

สถานการณ์เงินเฟ้อมีความซับซ้อนมากขึ้นจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ทะยานขึ้นเหนือ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ได้สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง

Sample IUX Markets – In-articleAd

การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้น เนื่องจากทำให้อัตราคิดลด (discount rate) ที่ใช้ประเมินมูลค่ากระแสเงินสดในอนาคตของบริษัทสูงขึ้น และดึงดูดเงินทุนออกจากตลาดหุ้นไปยังตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจกว่า ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.3%, ดัชนี Dow Jones ลดลง 0.4% และดัชนี NASDAQ ร่วงลง 0.4%

สิ่งที่ตลาดจับตาในการประชุมเฟด

นักลงทุนกำลังรอการเปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) และการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของกรรมการเฟด (dot plot) ในวันพุธนี้ ซึ่งจะให้แนวทางเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ที่น่าสนใจคือนักลงทุนบางส่วนเตือนว่า หากเฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ อาจส่งผลเสียต่อตลาดพันธบัตรมากยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากจะสร้างความกังขาต่อความมุ่งมั่นของเฟดในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งสภาวะดังกล่าวเองก็เป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นอยู่แล้ว

Read next

More on หุ้น
Beretta Holding จ่อเพิ่มสัดส่วนหุ้นใน Sturm Ruger เป็น 25% ตามรายงาน

หุ้น

Beretta Holding จ่อเพิ่มสัดส่วนหุ้นใน Sturm Ruger เป็น 25% ตามรายงาน

Sep 17, 2026

Beretta Holding มีแผนจะยื่นข้อเสนอเพื่อเพิ่มการถือหุ้นใน Sturm, Ruger & Co. ผู้ผลิตอาวุธปืนในสหรัฐฯ จากปัจจุบันที่ 9.93% เป็น 25% ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถแต่งตั้งกรรมการบริหารได้ 2 คน

Capricorn Energy ตอบรับข้อเสนอเทคโอเวอร์ฉบับปรับปรุงจาก DNO

หุ้น

Capricorn Energy ตอบรับข้อเสนอเทคโอเวอร์ฉบับปรับปรุงจาก DNO

Sep 17, 2026

Capricorn Energy บริษัทพลังงานที่จดทะเบียนในอังกฤษ ตกลงยอมรับข้อเสนอซื้อกิจการฉบับปรับปรุงจาก DNO บริษัทน้ำมันของนอร์เวย์ โดยเพิ่มสัดส่วนเงินสดในข้อตกลงมูลค่ารวม 396 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

BOJ จ่อขึ้นดอกเบี้ย: วิเคราะห์หุ้นกลุ่มเด่นและกลุ่มเสี่ยงในตลาดญี่ปุ่น

หุ้น

BOJ จ่อขึ้นดอกเบี้ย: วิเคราะห์หุ้นกลุ่มเด่นและกลุ่มเสี่ยงในตลาดญี่ปุ่น

Sep 17, 2026

ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย. ซึ่งจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มการเงิน แต่สร้างแรงกดดันต่อกลุ่มผู้ส่งออกจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น

หุ้น Genscript Biotech พุ่งกว่า 16% หลังประกาศจับมือ Eli Lilly พัฒนาแพลตฟอร์มยา AI

หุ้น

หุ้น Genscript Biotech พุ่งกว่า 16% หลังประกาศจับมือ Eli Lilly พัฒนาแพลตฟอร์มยา AI

Sep 17, 2026

ราคาหุ้น Genscript Biotech ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในตลาดฮ่องกง ขานรับข่าวความร่วมมือกับ Eli Lilly ในการใช้ AI เพื่อเร่งการค้นคว้ายาใหม่ ประกอบกับปัจจัยหนุนจากการระดมทุนครั้งล่าสุด

Back to latest news

LATEST