Story
เงินเยนแข็งค่าแรง หลังญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยืนยันแทรกแซงค่าเงินร่วมกัน

เงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ หลังจากที่ทางการโตเกียวและวอชิงตันได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการดำเนินการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราร่วมกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ
การแทรกแซงครั้งประวัติศาสตร์
นางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น และนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่าทั้งสองประเทศได้ประสานงานเพื่อเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดการอ่อนค่าที่มากเกินไปของเงินเยน การยืนยันดังกล่าวส่งผลให้เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างมากในสัปดาห์ที่แล้ว ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในสัปดาห์นี้
การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเข้าแทรกแซงเพื่อซื้อเงินเยนร่วมกันเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในรอบหลายทศวรรษ โดยมีขึ้นหลังจากที่ค่าเงินเยนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่ 162 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายเบสเซนต์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า วอชิงตันสนับสนุนอย่างยิ่งต่อความพยายามของญี่ปุ่นในการแก้ไขภาวะที่เงินเยนมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก และเตือนว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะเข้าร่วมการแทรกแซงตลาดเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อตลาดและมุมมองนักวิเคราะห์
ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ โดยคู่สกุลเงิน USD/JPY ปรับตัวลดลง 0.4% มาอยู่ที่ประมาณ 156.70 เยนต่อดอลลาร์ การแทรกแซงดังกล่าวช่วยให้เงินเยนปิดตลาดเดือนกรกฎาคมแข็งค่าขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งเป็นการทำผลงานรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน
Adนักยุทธศาสตร์จาก Bank of America Global Research ระบุว่า การแทรกแซงร่วมกันครั้งนี้ถือเป็น "การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน" และมองว่าระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ อาจกลายเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" (inflection point) สำหรับตลาด หากอัตราแลกเปลี่ยนสามารถทะลุระดับดังกล่าวลงไปได้อย่างเด็ดขาด อาจทำให้ทิศทางของตลาดเปลี่ยนจากการ "เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว" ไปสู่ "ขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้น"
นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า การมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ทำให้ข้อจำกัดด้านทุนสำรองระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหมดไป และทำให้เป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับนักเก็งกำไรที่จะท้าทายทางการ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ในเดือนตุลาคม มาเป็นเดือนกันยายน
บริบทและปัจจัยที่ต้องจับตา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ตามคาดในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยังคงส่งสัญญาณในเชิงแข็งกร้าว (hawkish) โดยเตือนถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น และส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้
ในขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งวัดมูลค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 99.80 ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนี ISM ภาคการผลิต, ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) และรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ในวันศุกร์ เพื่อประเมินทิศทางการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมเดือนกันยายน
Read next
More on ฟอเร็กซ์
ค่าเงินซลอตีโปแลนด์อ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือนเมื่อเทียบกับเงินยูโร จากแรงกดดันด้านราคาน้ำมัน
ค่าเงินซลอตีของโปแลนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 4.410 เมื่อเทียบกับเงินยูโร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความระมัดระวังก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลกระทบต่อค่าเงิน

ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการประกาศงบประมาณของสหราชอาณาจักร
ค่าเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นในวันพุธ เนื่องจากความสนใจของตลาดเปลี่ยนจากความผันผวนของภาคเทคโนโลยีไปสู่การตัดสินใจของธนาคารกลางที่จะเกิดขึ้น และการประกาศงบประมาณของสหราชอาณาจักร

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลด้านนโยบายการคลังของฝรั่งเศสกลับมาอีกครั้ง ก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความโล่งใจจากการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสเป็นเพียงชั่วคราว โดยนักลงทุนหันกลับมาให้ความสนใจกับความท้าทายทางการคลังและรอคำตัดสินนโยบายสำคัญจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป

ดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลง ขณะที่ตลาดรอการตัดสินใจจากธนาคารกลางแคนาดาและเฟด
เงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่แข็งค่าติดต่อกันเจ็ดวัน เนื่องจากนักลงทุนต่างระมัดระวังตัวก่อนการประกาศอัตราดอกเบี้ยสำคัญในวันพุธจากทั้งธนาคารกลางแคนาดาและธนาคารกลางสหรัฐฯ