Story
เปรียบเทียบ 3 ETF อิง S&P 500: VOO, IVV และ SPY วัดกันที่ 'ค่าธรรมเนียม'

กองทุน ETF ที่ลงทุนตามดัชนี S&P 500 ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 กองทุน ได้แก่ VOO, IVV และ SPY ต่างให้ผลตอบแทนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาใกล้เคียงกันอย่างมากที่ประมาณ 19.8% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าความแตกต่างด้านค่าธรรมเนียมการจัดการ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ผลตอบแทนใกล้เคียง แต่ค่าใช้จ่ายต่างกัน
แม้จะติดตามดัชนีเดียวกัน แต่โครงสร้างค่าใช้จ่ายของ ETF ทั้งสามกองทุนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุน ข้อมูลจาก Investing.com ระบุว่า:
- Vanguard S&P 500 ETF (VOO): มีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดเพียง 0.03%
- iShares Core S&P 500 (IVV): มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 0.04%
- SPDR S&P 500 ETF Trust (SPY): มีค่าธรรมเนียมสูงสุดที่ 0.09%
จะเห็นได้ว่าค่าธรรมเนียมของ SPY สูงกว่า VOO ถึง 3 เท่า สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงเดียวกัน ซึ่งความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนี้สามารถส่งผลกระทบอย่างมหาศาลในระยะยาว
ค่าธรรมเนียมที่แตกต่างสร้างผลลัพธ์มหาศาล
สำหรับนักลงทุนระยะยาว ค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยจะถูกทบต้นและส่งผลให้ผลตอบแทนหายไปอย่างน่าเสียดาย ตัวอย่างเช่น ส่วนต่างของค่าธรรมเนียม 0.06% ระหว่าง VOO และ SPY หากลงทุนด้วยเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นระยะเวลา 30 ปี อาจทำให้ผลตอบแทนหายไปประมาณ 15,000–20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินที่เสียไปจากค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว
Adเลือก ETF ให้เหมาะกับกลยุทธ์
การเลือกกองทุนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายและกลยุทธ์การลงทุนของแต่ละบุคคล
- VOO: เหมาะสำหรับ นักลงทุนระยะยาว ที่ต้องการซื้อและถือ (Buy-and-Hold) เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดและมีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ใหญ่ที่สุดที่ 1.62 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีส่วนต่างราคาซื้อขาย (spread) ที่แคบ
- SPY: เป็น ETF ที่เก่าแก่ที่สุด (ก่อตั้งปี 1993) และมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด เหมาะสำหรับ นักเทรดรายวันและนักลงทุนที่ใช้ Options เนื่องจากมีสภาพคล่องในตลาด Options สูงมาก แต่ต้องแลกมาด้วยค่าธรรมเนียมที่แพงกว่า
- IVV: เป็นตัวเลือกที่อยู่ตรงกลางและได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนสถาบัน
RSP: ทางเลือกกระจายความเสี่ยง
นอกจาก 3 กองทุนหลัก ยังมี Invesco S&P 500 Equal Weight ETF (RSP) ที่น่าสนใจ โดยกองทุนนี้จะให้น้ำหนักหุ้นทั้ง 500 ตัวในดัชนีเท่ากัน แทนที่จะให้น้ำหนักตามมูลค่าตลาด (Market-Cap) ซึ่งช่วยลดการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ แม้จะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าที่ 0.20% แต่ในปีนี้กลับให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนหลักทั้งสาม
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้