Story

สหรัฐฯ กู้ยืมพุ่ง 1.55 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน คาดขาดดุลงบประมาณทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 13, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
สหรัฐฯ กู้ยืมพุ่ง 1.55 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน คาดขาดดุลงบประมาณทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026
Text size
Background

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำลังกู้ยืมเงินในอัตราเฉลี่ย 1.55 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน ในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งเทียบเท่ากับ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางกำลังมุ่งหน้าสู่ระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีงบประมาณนี้ในเดือนกันยายน ตามการคาดการณ์ของคณะกรรมการเพื่อความรับผิดชอบต่องบประมาณแห่งชาติ (CRFB)

สถานการณ์หนี้สินและภาระดอกเบี้ย

ข้อมูลจาก CRFB ซึ่งอ้างอิงรายงานจากสำนักงบประมาณแห่งรัฐสภา (CBO) ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 สหรัฐฯ ได้กู้ยืมเงินไปแล้ว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2025 อยู่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ทางการคลังที่แย่ลงอย่างรวดเร็วแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะยังคงขยายตัว

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิบนหนี้สาธารณะ ซึ่งพุ่งสูงถึง 857,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ หรือคิดเป็นประมาณ 2.38 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ อ้างอิงจากข้อมูลของ CBO ที่รายงานโดย Fortune ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นๆ รวมกันเสียอีก

ผลกระทบต่อตลาดและมุมมองนักวิเคราะห์

ตลาดการเงินได้เริ่มสะท้อนต้นทุนในการแบกรับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นนี้แล้ว โดยการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 4.58% และพันธบัตรอายุ 30 ปี ปิดที่ 5.058% ซึ่งสูงขึ้นจากการประมูลครั้งก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากปริมาณพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น

Sample IUX Markets – In-articleAd

มายา แมคกิเนียส ประธาน CRFB กล่าวว่า "เรามีแนวโน้มที่จะกู้ยืมเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้นในปีงบประมาณนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อพิจารณาว่าเศรษฐกิจยังคงเติบโตและอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ" เธอยังเตือนว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นเพียง "ยอดของภูเขาน้ำแข็ง" หากผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการได้

ปัจจัยที่ต้องจับตาในอนาคต

นักลงทุนกำลังจับตาการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งคาดการณ์ว่าจะลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หากตัวเลขเงินเฟ้ออ่อนตัวลง อาจช่วยลดแรงกดดันต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และอาจช่วยลดต้นทุนการชำระหนี้ในอนาคตได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนประกันสังคมและเมดิแคร์ (Medicare) ที่คาดว่าจะประสบภาวะขาดแคลนภายใน 7 ปีข้างหน้า การกู้ยืมเงินมหาศาลในขณะที่เศรษฐกิจเติบโตทำให้สหรัฐฯ มีพื้นที่ทางการคลังเหลือน้อยมากในการรับมือหากสภาวะเศรษฐกิจถดถอย

Back to latest news

LATEST