Story
การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดฮวบ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านยกระดับการโจมตี

Summary
ข้อมูลล่าสุดเผยจำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงกว่าครึ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สร้างความกังวลต่อเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก
ปริมาณการสัญจรของเรือบรรทุกสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ได้ลดลงอย่างมาก หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างยกระดับปฏิบัติการทางทหารในอ่าวเปอร์เซีย สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่แน่นอนครั้งใหม่ให้กับตลาดพลังงานโลก
ปริมาณเรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ ระบุว่าในวันพุธที่ผ่านมา มีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 7 ลำ เท่านั้น ซึ่งลดลงจาก 13 ลำ ในวันก่อนหน้า การลดลงนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน และอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว
ในบรรดาเรือที่ผ่านช่องแคบในวันพุธ ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางในเส้นทางของอิหร่าน โดยมีเรือเปล่า 4 ลำเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็ก 3 ลำ และเรือขนส่งธัญพืช 1 ลำ ขณะที่เรือ 3 ลำที่ออกจากช่องแคบไปนั้นบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ถ่านหิน และน้ำมันเตา
เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่หายไป
Adสิ่งที่น่าสังเกตคือ ในวันพุธไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (Very Large Crude Carrier - VLCC) หรือเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลยแม้แต่ลำเดียว ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้ประกอบการ
ข้อมูลจาก Kpler ยังเผยด้วยว่า เมื่อวันอังคาร มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบประเภท Suezmax ที่บรรทุกน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบีย 1 ล้านบาร์เรล ได้เดินทางออกจากช่องแคบโดยปิดระบบส่งสัญญาณตอบรับอัตโนมัติ (transponder) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจจับในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
บริบทและผลกระทบ
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างยิ่ง โดยก่อนเกิดความขัดแย้ง เส้นทางนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ หนึ่งในห้า ของปริมาณการบริโภคทั่วโลก ปฏิบัติการทางทหารที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสัญจรและสร้างความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของราคาน้ำมันในอนาคตหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาทองแดงทรงตัวอยู่ที่ระดับแนวต้านสำคัญตามระดับฟิโบนาชี่ ใกล้ 6.70 ดอลลาร์
ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงกำลังเผชิญกับการทดสอบทางเทคนิคครั้งสำคัญที่ระดับ Fibonacci retracement 61.8% บริเวณ 6.70 ดอลลาร์ โดยสัญญาณซื้อมากเกินไปและปริมาณการซื้อขายที่ลดลงสร้างความไม่แน่นอนหลังจากที่ราคาฟื้นตัวขึ้นในรูปแบบตัว V เมื่อเร็วๆ นี้

ราคาสินเงินทรงตัวที่ระดับแนวต้าน 68 ดอลลาร์ ท่ามกลางสัญญาณเตือนกับดักขาขึ้น
ราคาสินเงินกำลังทดสอบระดับแนวต้านสำคัญที่ 68.00 ดอลลาร์ แต่ตัวชี้วัดทางเทคนิคแสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมที่อ่อนตัวลงและปริมาณการซื้อขายที่ลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด "กับดักกระทิง" สำหรับนักลงทุน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทดสอบแนวรับสำคัญที่ 103 ดอลลาร์ ท่ามกลางสัญญาณทางเทคนิคที่ขัดแย้งกัน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กำลังซื้อขายอยู่ที่จุดเปลี่ยนทางเทคนิคที่สำคัญบริเวณ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญที่กำลังถูกทดสอบ หากราคาหลุดแนวรับนี้ไป อาจทำให้ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่หากสามารถป้องกันแนวรับนี้ได้สำเร็จ อาจกระตุ้นให้ราคาดีดตัวขึ้นจากภาวะขายมากเกินไป

ราคาทองคำทรงตัวในกรอบแคบ เนื่องจากตัวชี้วัดทางเทคนิคบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอน
ราคาทองคำกำลังซื้อขายอยู่ในกรอบแคบๆ ซึ่งกำหนดโดยระดับแนวรับและแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญ เนื่องจากสัญญาณกราฟที่ขัดแย้งกันและปริมาณการซื้อขายที่ลดลงบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการรวมตัวกันก่อนที่จะเกิดการทะลุขึ้นหรือลดลงในอนาคต