Story
หุ้น Salzgitter พุ่งแรง หลัง JPMorgan ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุน ชี้มาตรการเหล็กใหม่ EU หนุน

Summary
หุ้นของผู้ผลิตเหล็กสัญชาติเยอรมันพุ่งขึ้นกว่า 10% หลัง JPMorgan ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนเป็น 'Overweight' และเพิ่มราคาเป้าหมายกว่าเท่าตัว โดยอ้างถึงมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กใหม่ของสหภาพยุโรปเป็นปัจจัยสำคัญ
หุ้นของ Salzgitter AG (SZGG) บริษัทผู้ผลิตเหล็กสัญชาติเยอรมัน พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง 10.7% สู่ระดับ 53.15 ยูโร ในการซื้อขายวันนี้ หลังจาก JPMorgan ทำการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นถึงสองระดับ (double-upgrade) โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากมาตรการทางการค้าฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ผลิตในภูมิภาค
JPMorgan ปรับมุมมองครั้งใหญ่
JPMorgan ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนสำหรับหุ้น Salzgitter จากเดิม "Underweight" (ต่ำกว่าตลาด) ขึ้นมาเป็น "Overweight" (มากกว่าตลาด) พร้อมทั้งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายในระยะ 12 เดือนข้างหน้าขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 31.40 ยูโร เป็น 65.00 ยูโร
Dominic O’Kane นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนแปลงมุมมองครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กฉบับใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
นโยบายเหล็กใหม่ของ EU พลิกเกม
มาตรการใหม่ของ EU ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยตรง โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
Ad- ลดโควตานำเข้าเหล็กมายังสหภาพยุโรปลงประมาณ 40%
- กำหนดภาษี 50% สำหรับปริมาณการนำเข้าที่เกินโควตา
JPMorgan คาดการณ์ว่ามาตรการเหล่านี้จะทำให้ปริมาณการผลิตเหล็กจำนวนมากถูกส่งกลับมายังผู้ผลิตในยุโรป และจะผลักดันให้ราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ กลไกการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของ EU ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนผู้ผลิตเหล็กในประเทศ
ปัจจัยเสริมและมุมมองตลาด
นอกเหนือจากนโยบายของ EU แล้ว JPMorgan ยังชี้ว่าการที่ Salzgitter เข้าซื้อกิจการ Hüttenwerke Krupp Mannesmann (HKM) ทั้งหมด จะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มุมมองของนักวิเคราะห์ยังมีความแตกต่างกัน โดย Jefferies ยังคงคำแนะนำ "ถือ" (Hold) พร้อมราคาเป้าหมายที่ 55 ยูโร
การปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของ JPMorgan ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Salzgitter แต่ยังรวมถึงการปรับเพิ่มน้ำหนัก Voestalpine และ ArcelorMittal ด้วย ซึ่งสะท้อนถึงการประเมินภาพรวมของทั้งภาคอุตสาหกรรมเหล็กในยุโรปใหม่ แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นแรงในวันนี้ แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 67.60 ยูโร ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดยังคงประเมินความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (execution risk) อยู่