Story
ราคาน้ำมันดิบตลาดจริงพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนจากปัญหาอุปทานหยุดชะงัก

Summary
ราคาน้ำมันดิบในตลาดซื้อขายจริงของตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกาพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทานที่เกิดจากความขัดแย้งในอิหร่านและยูเครน
ราคาน้ำมันดิบในตลาดซื้อขายจริง (Physical crude oil) ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนในสัปดาห์นี้ โดยน้ำมันบางชนิดมีราคาเข้าใกล้ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับตัวขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการหยุดชะงักของอุปทานที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในอิหร่านและยูเครน ซึ่งส่งผลให้ผู้ซื้อต้องเร่งหาแหล่งน้ำมันดิบทดแทน
ราคาพุ่งทะลุเพดานสำคัญ
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Dated Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงราคาน้ำมันดิบกว่า 60% ของโลก พุ่งขึ้นแตะระดับ 105.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม และเป็นการทะลุระดับ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน
ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบ North Sea Forties ซึ่งอ้างอิงกับเบรนท์ ก็ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 108.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันศุกร์ ส่วนในฝั่งตะวันออกกลาง ค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบดูไบในตลาดจร (Spot premiums) เพิ่มขึ้นเท่าตัวมาอยู่ที่ 12.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบโอมานเพิ่มขึ้นเป็น 12.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทั้งสองถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคมเช่นกัน ตามข้อมูลของ Reuters
ปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
Adการพุ่งขึ้นของราคามีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากความไม่สงบในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งและแหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญ
- ความขัดแย้งในทะเลแดง: กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้เรือขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียบางส่วนต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมทวีปแอฟริกาแทน การโจมตีนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาสันติภาพเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- ผลกระทบจากสงครามยูเครน: คาซัคสถานประกาศลดการผลิตน้ำมันเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบ CPC Blend ที่สำคัญในทะเลดำต้องปิดทำการชั่วคราว ซึ่งคาดว่าเกิดจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน
สิ่งที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุน
สถานการณ์อุปทานที่ตึงตัวในตลาดซื้อขายจริงนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงความต้องการน้ำมันที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความผันผวนของราคาในระยะสั้น การเปลี่ยนแปลงเส้นทางการขนส่งยังเพิ่มต้นทุนและระยะเวลา ซึ่งเป็นอีกแรงกดดันที่ทำให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันลดลง เบรนท์ติดลบในสัปดาห์นี้ เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานจากตะวันออกกลางคลี่คลายลง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานโลก ปรับตัวลงสู่แดนลบในสัปดาห์นี้ เนื่องจากสัญญาณการกลับมาเปิดดำเนินการท่อส่งน้ำมันที่สำคัญของซาอุดีอาระเบียในเร็ววัน และความเป็นไปได้ในการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน

การปะทะกันระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีทวีความรุนแรงขึ้น คุกคามแหล่งน้ำมันสำคัญในตะวันออกกลาง
การปะทะกันข้ามพรมแดนครั้งใหม่ระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กำลังก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันโลก เนื่องจากความขัดแย้งดังกล่าวคุกคามเส้นทางเดินเรือที่สำคัญและทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แคนาดาตั้งเป้าสรุปข้อตกลงการค้ากับอินเดียให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี โดยอ้างถึงปัจจัยด้านพลังงานและแร่ธาตุ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศของแคนาดาแสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมกับอินเดียจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยการหารือที่สำคัญจะมุ่งเน้นไปที่พลังงาน พลังงานนิวเคลียร์ และแร่ธาตุที่สำคัญ

ราคาน้ำมันลดลง เนื่องจากความหวังเรื่องอุปทานจากซาอุดีอาระเบียมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาน้ำมันล่วงหน้าปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ต่ำกว่า 105 ดอลลาร์ เนื่องจากรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มปริมาณอุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชียและการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันได้บดบังความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง