Story

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านจุดประกายความเสี่ยงตลาดน้ำมัน ขณะนักลงทุนจับตาเงินเฟ้อและหุ้นเทคฯ

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านจุดประกายความเสี่ยงตลาดน้ำมัน ขณะนักลงทุนจับตาเงินเฟ้อและหุ้นเทคฯ

Summary

ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง สร้างความผันผวนให้กับราคาน้ำมันและเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก ขณะที่ตลาดหุ้นยังคงเผชิญกับความผันผวนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

Text size
Background

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกลับมาเป็นจุดสนใจของตลาดอีกครั้ง หลังเกิดการโจมตีตอบโต้กันไปมาในช่องแคบฮอร์มุซในสัปดาห์นี้ ซึ่งสร้างความผันผวนให้กับราคาน้ำมันและเพิ่มความซับซ้อนให้กับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียปะทุ

สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของอิหร่านและยกเลิกการผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตามมาด้วยการตอบโต้จากฝั่งเตหะรานที่ยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดยังค่อนข้างจำกัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าเหตุการณ์นี้จะไม่บานปลายไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ แต่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาในที่สุด ถึงกระนั้น ความไม่แน่นอนนี้อาจกลายเป็นสภาวะปกติใหม่ (new normal) ที่สร้างความเสี่ยงให้กับผู้ผลิตพลังงานในภูมิภาค

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ ก่อนจะอ่อนตัวลงในวันต่อมา แต่ยังคงเคลื่อนไหว ต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะนี้นักลงทุนกำลังประเมินปัจจัยที่ซับซ้อนระหว่างอุปทานและอุปสงค์

  • ความเสี่ยงด้านอุปทาน: การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ที่ประกาศจะเพิ่มโควต้าขึ้น 188,000 บาร์เรลต่อวัน
  • ความเสี่ยงด้านอุปสงค์: หากการขนส่งกลับมาเป็นปกติ ตลาดอาจเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาด (potential glut) เนื่องจากอุปสงค์ทั่วโลกไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ผู้ผลิตอย่างซาอุดีอาระเบียต้องเสนอส่วนลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
Sample IUX Markets – In-articleAd

ความผันผวนของราคาพลังงานนี้สร้างความท้าทายต่อนโยบายการเงินทั่วโลก โดยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ครั้งล่าสุดบ่งชี้ว่า กรรมการบางส่วนมองเห็นถึงความเป็นไปได้ในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในทันที ขณะที่แรงกดดันด้านราคาเริ่มขยายวงกว้างขึ้น ความกังวลนี้สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับ สูงสุดในรอบ 30 ปี ในสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นและปัจจัยอื่น

นอกเหนือจากประเด็นในตะวันออกกลาง สถานการณ์ในยุโรปตะวันออกก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยรัสเซียได้ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเพื่อรองรับตลาดในประเทศ หลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตนโดยยูเครน ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดดีเซลโลก

ในตลาดหุ้น กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงมีความผันผวนสูงหลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงครึ่งปีแรก หุ้น Samsung Electronics ปรับตัวลงแม้จะรายงานผลกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 พุ่งขึ้น 19 เท่า อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในธีม AI ยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากการที่ SK Hynix สามารถระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นในสหรัฐฯ ได้สูงเกินคาดที่ 2.65 หมื่นล้านดอลลาร์

สำหรับสัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตาข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน และการเริ่มต้นฤดูกาลประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดต่อไป

Back to latest news

LATEST