Story
ราคาน้ำมันปรับตัวลง สต็อกสหรัฐฯ พุ่งเกินคาดกลบปัจจัยตึงเครียดในตะวันออกกลาง

Summary
ราคาน้ำมันดิบร่วงลงเนื่องจากข้อมูลสต็อกน้ำมันของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด บดบังความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในวันพุธ หลังจากข้อมูลชี้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่บดบังความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ตลาดยังเผชิญแรงเทขายทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 108.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 0.8% อยู่ที่ 105.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สต็อกน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งสวนทางคาดการณ์
สถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 กันยายน เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดถึง 7.14 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล
ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า แม้จะมีความกังวลเรื่องอุปทานทั่วโลกที่ตึงตัว แต่ปริมาณสต็อกน้ำมันในประเทศผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของโลกยังคงมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันอาจเป็นผลมาจากการระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) ระบุว่า SPR ได้ลดลงเกือบ 130 ล้านบาร์เรลในปี 2026
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุน
Adอย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของราคาน้ำมันเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียได้ระงับการขนส่งน้ำมันที่ท่าเรือยันบู (Yanbu) หลังจากต้องปิดท่อส่งน้ำมันสายหลัก East-West เนื่องจากการโจมตีจากกลุ่มฮูตีในเยเมน
ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลกราว 4% ถึง 5% สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติมาก
มุมมองตลาดและปัจจัยที่ต้องติดตาม
นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการเข้าลงทุนก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ การตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในอนาคต
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
ดัชนี Baltic Dry ปรับตัวขึ้น รับอานิสงส์ค่าระวางเรือ Capesize แข็งแกร่ง
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองบอลติกปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนหลักจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับเรือขนาดเคปไซส์ ซึ่งได้รับผลดีจากการสั่งซื้อแร่เหล็กของจีนก่อนช่วงวันหยุดยาว

ราคาทองแดงดีดตัวขึ้น หลังผู้ซื้อชาวจีนกลับเข้าช้อนซื้อช่วงราคาปรับฐาน
ราคาทองแดงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของผู้ซื้อชาวจีนที่กลับเข้าสู่ตลาด หลังจากราคาลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเร็วๆ นี้

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน หนุนยอดสั่งต่อเรือบรรทุกน้ำมันยักษ์ใหญ่พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี
ยอดสั่งต่อเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ในปีนี้พุ่งขึ้นกว่าสองเท่าของปีก่อน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบอย่างน้อย 25 ปี อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลให้เส้นทางการค้าพลังงานโลกต้องเปลี่ยนแปลง

สหรัฐฯ อนุมัติเงินกู้ 414 ล้านดอลลาร์ให้โครงการยูเรเนียมในไนเจอร์ พลิกฟื้นความสัมพันธ์หลังถอนทหาร
รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติเงินกู้มูลค่าสูงถึง 414 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับโครงการเหมืองยูเรเนียมของบริษัทแคนาดาในไนเจอร์ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญและฟื้นฟูความสัมพันธ์หลังไนเจอร์สั่งถอนทหารอเมริกัน