Story
หุ้นเมมโมรี่ชิปพักฐานหรือกลับทิศ? จับตาสัญญาณ Micron และ SK Hynix หลังราคาร่วงแรง

Summary
หุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง Micron และ SK Hynix ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในระยะสั้น หลังราคาพุ่งขึ้นกว่า 500-600% ในรอบปีที่ผ่านมา ท่ามกลางคำถามว่านี่เป็นเพียงการพักฐานเพื่อไปต่อ หรือเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงรอบใหม่
หุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) กำลังเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในระยะสั้น หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดปีที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่านี่เป็นเพียงการพักฐานชั่วคราว หรือเป็นสัญญาณบ่งชี้การสิ้นสุดของวัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่
ภาพรวมการปรับฐานของราคา
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา หุ้นของผู้ผลิตชิปรายใหญ่ต่างปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าในภาพรวมรายปียังคงให้ผลตอบแทนที่สูงมากก็ตาม
- Micron (MU): ราคาหุ้นลดลง -17.2% ในรอบ 1 เดือน แต่ยังคงบวกถึง +626% ในรอบ 1 ปี
- SK Hynix (ADR ในสหรัฐฯ): ร่วงลง -11.5% ในสัปดาห์แรกของการซื้อขาย
- SK Hynix (หุ้นในเกาหลีใต้): ปรับตัวลง -22.7% ในรอบ 1 เดือน แต่ยังบวก +522% ในรอบ 1 ปี
แม้การปรับตัวลงในระยะสั้นจะดูน่ากังวล แต่เมื่อพิจารณาในภาพที่กว้างขึ้นจะเห็นว่าเป็นการย่อตัวจากจุดสูงสุดเท่านั้น โดยราคาหุ้น Micron เคยเคลื่อนไหวในกรอบ $103 ถึง $1,255 ในรอบ 52 สัปดาห์ การที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่ระดับ $844 จึงสะท้อนถึงการพักฐานมากกว่าการพังทลายของแนวโน้ม
สัญญาณทางเทคนิคที่ขัดแย้งกัน
ภาพทางเทคนิคแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างกรอบเวลาระยะสั้นและระยะยาว สะท้อนให้เห็นถึงความลังเลของตลาด
- กราฟรายวัน (Daily): ส่งสัญญาณ "ขายอย่างแข็งแกร่ง" (Strong Sell) ในทุกอินดิเคเตอร์หลักของ Micron ไม่ว่าจะเป็น RSI ที่ระดับ 41, MACD ที่เป็นลบ และราคาที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ 10 วัน
- กราฟรายสัปดาห์ (Weekly): ยังคงให้สัญญาณ "ซื้ออย่างแข็งแกร่ง" (Strong Buy) โดยมีค่า RSI ที่ 59 และ ADX ที่ 52.9 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นที่ยังคงแข็งแกร่ง
Adสิ่งนี้ตีความได้ว่าแรงขายที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการทำกำไรในระยะสั้นของเทรดเดอร์ หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่วัฏจักรขาขึ้นในระยะยาวยังคงไม่ถูกทำลาย
ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวและข้อกังวลของตลาด
ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ยังคงเป็นเรื่องของโครงสร้างอุตสาหกรรมในระยะยาวที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี AI โดยมีประเด็นสำคัญคือราคาชิป HBM4 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2027 และความต้องการที่แข็งแกร่งจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) ซึ่งได้ทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตแล้ว นอกจากนี้ CEO ของ SK Hynix ยังเคยเตือนว่าปัญหาการขาดแคลนชิปอาจดำเนินต่อไปจนถึงหลังปี 2030
อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มีข้อกังวลที่ต้องจับตาเช่นกัน รายงานจาก HSBC ระบุว่านักลงทุนในเอเชียกังวลต่อการแข่งขันจากผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT ซึ่งมีรายงานว่า Apple กำลังทดสอบชิปของบริษัทสำหรับอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในจีน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่งบลงทุน (Capex) ของผู้ให้บริการคลาวด์อาจชะลอตัวลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อฝั่งอุปสงค์
บทสรุป: การพักฐาน ไม่ใช่การกลับทิศ
ภาพรวมในปัจจุบันมีลักษณะเป็นการพักฐานมากกว่าการกลับตัวเป็นขาลงอย่างสมบูรณ์ วัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่ของชิปหน่วยความจำสำหรับ AI (AI memory supercycle) ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากอำนาจในการกำหนดราคา HBM, ข้อจำกัดด้านอุปทาน และสัญญาล็อกลูกค้าระยะยาว ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
การปรับฐานที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปไกลและเร็วเกินไป ทำให้ตลาดต้องย่อยข้อมูลและดูดซับกำไรมหาศาลที่เกิดขึ้น ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตามองต่อไปคือ หากผู้ผลิตชิปจากจีนสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงจาก "การพักฐาน" ไปสู่สิ่งที่น่ากังวลกว่าได้
Read next
More on หุ้น
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากความหวังเรื่องการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีน แต่ถูกฉุดรั้งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงเย็นวันอาทิตย์ เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กำลังจะมาถึงนั้น ถูกลดทอนลงด้วยความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง

บริษัท Telix Pharmaceuticals เตรียมเข้าซื้อกิจการ ITM Isotope Technologies ด้วยมูลค่า 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทผลิตยาทางรังสีวิทยาของออสเตรเลียจะเข้าซื้อกิจการบริษัทผู้ผลิตไอโซโทปของเยอรมนี โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในแนวดิ่ง การทำธุรกรรมนี้รวมถึงหุ้นมูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และการรับภาระหนี้สิน

Jefferies คาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 จะแตะ 9,000 จุดภายในสิ้นปี 2027 เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งนี้ตั้งเป้าหมายดัชนีไว้ที่ 8,000 จุดภายในสิ้นปี 2026 โดยระบุว่าผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในปัญญาประดิษฐ์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ

ผลการวิเคราะห์ของ UBS แสดงให้เห็นว่า ดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างมากหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
รายงานวิจัยจาก UBS ระบุว่า โดยทั่วไปแล้ว หุ้นสหรัฐฯ มักปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนหลังการเลือกตั้งกลางเทอม หลังจากช่วงที่มีความผันผวนสูง