Story
Maruti Suzuki ส่วนแบ่งตลาดอินเดียลดลงต่ำสุด หลังปรับตัวช้าต่อรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

Maruti Suzuki ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Suzuki Motor Corp. และเคยครองตลาดรถยนต์อินเดียมายาวนาน กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่หลังส่วนแบ่งการตลาดลดลงเหลือประมาณ 39% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวที่ล่าช้าของบริษัทต่อรสนิยมของผู้บริโภคชาวอินเดียที่ร่ำรวยขึ้นและหันไปต้องการรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีฟีเจอร์ครบครันมากขึ้น
การตัดสินใจที่ผิดพลาดท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนไป
เป็นเวลากว่า 40 ปีที่ Suzuki ยึดมั่นในกลยุทธ์การผลิตรถยนต์ราคาประหยัดและมีค่าบำรุงรักษาต่ำ ซึ่งทำให้สามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ใหม่ในอินเดียได้ถึงครึ่งหนึ่งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 4 รายที่คุ้นเคยกับธุรกิจของบริษัทเปิดเผยกับ Reuters ว่า ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นของ Suzuki ปรับตัวต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวอินเดียที่เปลี่ยนไปได้ช้าเกินไป
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการติดตั้งซันรูฟ (sunroof) ซึ่งผู้บริหารฝั่งอินเดียเสนอแนวคิดนี้มาตั้งแต่เมื่อทศวรรษที่แล้ว แต่ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นมองว่าเป็นฟีเจอร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนและฝุ่นเยอะของอินเดีย และกังวลว่าการเพิ่มต้นทุนเพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและระบบปรับอากาศจะขัดต่อภารกิจหลักของบริษัทในการผลิตรถยนต์ราคาประหยัด
Maruti เพิ่งเริ่มติดตั้งซันรูฟในปี 2022 ซึ่งช้ากว่าคู่แข่งอย่าง Tata Motors และ Mahindra & Mahindra ที่มีซันรูฟเป็นฟีเจอร์มาตรฐานในรถยนต์ของตนเองถึง 25%-33% ของยอดขายไปแล้ว ตามข้อมูลจากบริษัทวิจัยยานยนต์ JATO Dynamics
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และสถานะทางการเงิน
แม้ว่าส่วนแบ่งการตลาดจะลดลง แต่ Maruti Suzuki ยังคงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาล โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรเพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์ ยอดขายในอินเดียคิดเป็นประมาณ 60% ของยอดขายรถยนต์ Suzuki ทั่วโลก และสร้างผลกำไรเกือบครึ่งหนึ่งให้กับบริษัทแม่
Adอย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งมีอายุเฉลี่ยในการซื้อรถคันแรกที่ประมาณ 30 กลางๆ Toshihide Kinoshita นักวิเคราะห์ยานยนต์จาก Nomura Securities กล่าวว่า Maruti Suzuki เสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็น "แบรนด์สำหรับคนรุ่นพ่อแม่" ข้อมูลจาก JATO Dynamics ชี้ว่ายอดขายรถยนต์ที่มีราคามากกว่า 15,500 ดอลลาร์ ของ Maruti มีสัดส่วนไม่ถึง 3% เทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่มากกว่า 21%
การปรับกลยุทธ์เพื่อทวงคืนตำแหน่งผู้นำ
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดในรอบ 40 ปี Suzuki ได้เริ่มปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อทวงคืนความเป็นผู้นำในตลาดอินเดีย
- เพิ่มอำนาจการตัดสินใจ: บริษัทกำลังขยายทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ในอินเดีย และให้อำนาจผู้บริหารท้องถิ่นในการตัดสินใจมากขึ้น
- ลดระยะเวลาการพัฒนา: ตั้งเป้าลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉลี่ยจาก 48 เดือน เหลือ 36 เดือน
- รุกตลาด SUV: วางแผนเปิดตัวรถยนต์ SUV รุ่นใหม่ 7 รุ่นภายในปี 2030 เพื่อเสริมทัพรถยนต์รุ่นล่าสุดที่มีทั้งซันรูฟและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง
- ตอบสนองความต้องการ: ทบทวนการตัดสินใจเดิมที่จะไม่ใช้หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ในรถยนต์ หลังจากที่เคยมีความกังวลว่าอาจรบกวนสมาธิผู้ขับขี่
ความท้าทายในอนาคตคือ Maruti จะสามารถโน้มน้าวให้ผู้บริโภคที่ยินดีจ่ายเงินมากขึ้น หันมาพิจารณาแบรนด์ที่ผูกติดกับภาพลักษณ์ของความคุ้มค่ามาอย่างยาวนานได้หรือไม่
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้