Story
หุ้น Maersk ร่วงหนัก หลังประกาศกลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซ หวั่นค่าระวางเรือดิ่ง

Summary
ราคาหุ้น Maersk ปรับตัวลดลงหลังบริษัทยืนยันกลับมาให้บริการขนส่งผ่านคลองสุเอซอีกครั้ง สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับอุปทานเรือที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่ออัตราค่าระวางเรือและผลประกอบการของบริษัท
ราคาหุ้นของ A.P. Moller - Maersk A/S B (MAERSKb) บริษัทขนส่งทางเรือยักษ์ใหญ่ของเดนมาร์ก ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่บริษัทได้ยืนยันแผนการที่จะกลับมาให้บริการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางคลองสุเอซและทะเลแดงอีกครั้ง ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวได้จุดประกายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานเรือล้นตลาดและแรงกดดันต่ออัตราค่าระวางเรือ
การกลับสู่เส้นทางคลองสุเอซ
Maersk ได้ประกาศว่า หนึ่งในบริการภายใต้เครือข่าย Gemini ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Hapag-Lloyd ของเยอรมนี จะกลับมาใช้เส้นทางเดินเรือผ่านคลองสุเอซ แทนการอ้อมแหลมกู๊ดโฮปในทวีปแอฟริกา การเปลี่ยนแปลงเส้นทางดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่บริษัทต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอ้อมตั้งแต่ปลายปี 2023 เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีเรือพาณิชย์โดยกลุ่มกบฏฮูตี
การกลับมาใช้เส้นทางที่สั้นลงผ่านคลองสุเอซจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างเอเชียและยุโรปได้อย่างมาก ส่งผลให้เรือสามารถกลับมาให้บริการได้เร็วขึ้น ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณระวางเรือ (capacity) ในตลาดอย่างฉับพลัน ในช่วงเปิดการซื้อขาย ราคาหุ้นของ Maersk ร่วงลง 1.7% มาอยู่ที่ 16,185 โครนเดนมาร์ก
ผลกระทบต่อตลาดและแนวโน้มผลประกอบการ
นักลงทุนมองว่าการเพิ่มขึ้นของอุปทานเรือจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราค่าระวางเรือที่เคยพุ่งสูงขึ้นก่อนหน้านี้ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ตลาดกำลังเผชิญกับปัญหาการรับมอบเรือใหม่ซึ่งมีจำนวนมากกว่าอัตราการเติบโตของอุปสงค์ที่คาดการณ์ไว้เพียง 2-4% ในปี 2026
Adก่อนหน้านี้ การเบี่ยงเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปได้ช่วยจำกัดอุปทานเรือในตลาดและผลักดันให้อัตราค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Maersk ตัดสินใจปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี โดยเพิ่มคาดการณ์กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (underlying EBITDA) เป็นช่วง 8-10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.5-7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
มุมมองของนักลงทุน
การปรับตัวลดลงของราคาหุ้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังประเมินแนวโน้มผลกำไรของ Maersk และบริษัทเดินเรืออื่นๆ ใหม่อย่างรวดเร็ว การตัดสินใจกลับไปใช้คลองสุเอซ แม้จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความน่าเชื่อถือของตารางเดินเรือให้กับลูกค้า แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการสิ้นสุดของ "ภาวะขาดแคลนระวางเรือ" ที่เคยเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นและอัตราค่าระวางเรือในช่วงที่ผ่านมา
แรงเทขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้น Maersk เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มเดินเรืออื่นๆ เช่น Hapag-Lloyd เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ต้องเผชิญกับปัจจัยลบเชิงโครงสร้างเดียวกันจากการกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางคลองสุเอซ ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังปรับมุมมองต่อแนวโน้มผลประกอบการระยะสั้นของทั้งอุตสาหกรรม