Story
หุ้น Johnson & Johnson พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่นักวิเคราะห์ชี้อัพไซด์เริ่มจำกัด

ราคาหุ้นของ Johnson & Johnson (JNJ) พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ $275.66 (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ก.ย.) หลังจากให้ผลตอบแทนรวมกว่า +59.3% ในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดกลับสะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างนักวิเคราะห์ที่ประเมินเป้าหมายสูงสุดไว้ที่ $320 กับแบบจำลองมูลค่าที่เหมาะสมของ InvestingPro ที่ชี้ว่าอาจมีดาวน์ไซด์ถึง -9.7%
ปัจจัยหนุนราคาหุ้น
การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น JNJ ในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกที่สำคัญ 3 ประการ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและส่งผลให้สถาบันการเงินหลายแห่งปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
- การอนุมัติแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด: องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Ottava ซึ่งส่งผลให้ UBS ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น $320, Guggenheim เป็น $287 และ Raymond James เป็น $280
- ความสำเร็จของยาใหม่: ยา IMAAVY (nipocalimab) ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาโรคเม็ดเลือดแดงแตกจากภูมิคุ้มกันชนิด Warm (wAIHA) ซึ่งเป็นโรคเลือดที่พบได้ยาก ถือเป็นการขยายตลาดเพิ่มเติมหลังจากที่เคยได้รับการอนุมัติสำหรับรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia Gravis มาแล้ว
- การเติบโตของรายได้: รายได้ของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจาก 7.87 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2021 สู่ระดับ 9.42 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจยารักษามะเร็ง (Oncology)
ความท้าทายและความเสี่ยงด้านมูลค่า
แม้จะมีปัจจัยบวกสนับสนุน แต่ในแง่ของมูลค่าหุ้นก็มีความท้าทายที่น่ากังวลเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
Ad- ส่วนต่างจากมูลค่าที่เหมาะสม: แบบจำลอง Fair Value ของ InvestingPro ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้น JNJ ไว้ที่ $249.03 ซึ่งต่ำกว่าราคาซื้อขายปัจจุบันอยู่ประมาณ 9.7% สะท้อนความเสี่ยงที่ราคาอาจปรับฐานกลับลงมา
- การขายหุ้นของผู้บริหาร: มีรายงานว่า Timothy Schmid ซึ่งเป็นรองประธานบริหารฝ่าย MedTech ได้ขายหุ้นมูลค่า $9.2 ล้าน ที่ราคา $274.74 เมื่อวันที่ 2 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ราคาหุ้นอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ความเสี่ยงเฉพาะกลุ่มธุรกิจ: FDA ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับเครื่องควบคุมปั๊มหัวใจของ Abiomed (บริษัทในเครือ) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต 3 ราย นอกจากนี้ การสิ้นสุดสิทธิบัตรของยา Stelara อาจทำให้รายได้หายไปประมาณ $2 พันล้าน ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องสร้างการเติบโตจากส่วนอื่นมาชดเชย
บทสรุปสำหรับนักลงทุน
ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ (Analyst Consensus) อยู่ที่ประมาณ $277 ซึ่งหมายความว่ามีอัพไซด์เหลือเพียง +0.9% จากราคาปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโดยรวมมองว่า JNJ มีมูลค่าที่ค่อนข้างเต็มแล้ว กรณีที่ดีที่สุด (Bull Case) ของ UBS ที่ให้เป้าหมาย $320 นั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในการทำตลาดหุ่นยนต์ Ottava และธุรกิจยามะเร็ง
ด้วยค่าเบต้า (Beta) ที่ต่ำเพียง 0.23 ทำให้ JNJ ยังคงเป็นหุ้นเชิงรับ (Defensive Stock) ที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักลงทุนที่เน้นความมั่นคงและเงินปันผล อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Capital Gains) ในระดับราคานี้อาจต้องเผชิญกับความผิดหวัง โดยผลตอบแทนหลักจากนี้ไปอาจมาจากเงินปันผลและความมีเสถียรภาพของธุรกิจเป็นสำคัญ
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้