Story

Jefferies ชี้หุ้นพลังงานยุโรปหลายตัวราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เปิดโอกาสเข้าซื้อหลังความขัดแย้งในอิหร่าน

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
Jefferies ชี้หุ้นพลังงานยุโรปหลายตัวราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เปิดโอกาสเข้าซื้อหลังความขัดแย้งในอิหร่าน

Summary

Jefferies ระบุว่าความขัดแย้งในอิหร่านได้ทำให้ราคาหุ้นพลังงานในยุโรปเคลื่อนไหวแตกต่างกันอย่างชัดเจน สร้างโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่ราคายังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

Text size
Background

บริษัทหลักทรัพย์ Jefferies เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานในยุโรปมีการเคลื่อนไหวของราคาที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักลงทุนได้ให้รางวัลกับบริษัทที่ถูกมองว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้น ในขณะที่หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวกลับมีราคาซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นตามปัจจัยพื้นฐาน

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นและหุ้นที่ถูกมองข้าม

Jefferies ระบุว่าความขัดแย้งได้สร้างความแตกแยกระหว่างหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้น และหุ้นที่ดูเหมือนจะถูกเทขายมากเกินไป (oversold) แม้จะมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในระดับจำกัด

  • Neste Oyj เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มบริษัทน้ำมันครบวงจร โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 33% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น จากอานิสงส์ของราคาดีเซลที่แข็งแกร่งและกฎระเบียบที่สนับสนุนเชื้อเพลิงหมุนเวียน
  • Repsol ปรับตัวขึ้น 17% โดย Jefferies อ้างถึงโอกาสในการยกระดับโครงการซื้อหุ้นคืนและโอกาสทางธุรกิจที่ดีขึ้นในเวเนซุเอลา
  • Equinor ASA เพิ่มขึ้น 13% จากราคาก๊าซในยุโรปที่สูงขึ้นและทิศทางกลยุทธ์ที่ชัดเจนขึ้น

ในกลุ่มสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) หุ้น Vår Energi ปรับตัวขึ้น 15% จากความคาดหวังเรื่องเงินปันผลพิเศษและการเติบโตของการผลิตในระยะยาว ขณะที่ Tullow Oil เพิ่มขึ้น 11% หลังจากการรีไฟแนนซ์สำเร็จ

โอกาสในหุ้นใหญ่ที่ราคายังไม่สะท้อนมูลค่า

ในทางตรงกันข้าม Jefferies ชี้ว่าหุ้นพลังงานขนาดใหญ่หลายตัวกลับมีราคาปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด แม้จะมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยได้ระบุถึงโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นที่ถูกขายมากเกินไปหลายตัว

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • Shell PLC ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยการเข้าซื้อสินทรัพย์ของ ARC Resources ช่วยยืดอายุแหล่งสำรองปิโตรเลียมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการ Canada LNG
  • TotalEnergies SE ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม oversold เช่นกัน โดย Jefferies ระบุว่าพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายของบริษัทช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้
  • Ithaca Energy PLC มีความยืดหยุ่นสูงในการเข้าซื้อกิจการ

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่ม E&P อย่าง Serica Energy, Harbour Energy และ Kosmos Energy ก็ดูเหมือนจะมีราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะมีงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้น สภาพคล่องสูงขึ้น และมีความคืบหน้าในโครงการเชิงกลยุทธ์

มุมมองต่อกลุ่มบริการแหล่งน้ำมัน

Jefferies ยังเน้นย้ำถึงโอกาสในกลุ่มบริษัทผู้ให้บริการแหล่งน้ำมัน (oilfield service) เช่น Maire, Technip Energies, GTT และ TechnipFMC ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวได้ไม่ดีนัก แม้จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างจำกัด และยังมีปริมาณงานในมือ (order pipelines) ที่แข็งแกร่ง

โบรกเกอร์รายนี้ให้ความเห็นว่า บริษัทเหล่านี้อาจได้รับประโยชน์หากมีการใช้จ่ายเพื่อการฟื้นฟูในภูมิภาคเพิ่มขึ้นหลังจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง โดยสรุปว่าความแตกต่างของราคาหุ้นในปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนเลือกเข้าซื้อหุ้นในภาคพลังงานของยุโรปได้อย่างน่าสนใจ

Back to latest news

LATEST