Story
หุ้นยุโรปฟื้นตัว หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางจุดชนวนแรงเทขายครั้งใหญ่

Summary
ดัชนี STOXX 600 พยายามตั้งหลักหลังร่วงหนักที่สุดในรอบเกือบ 4 เดือน จากความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากเหตุตึงเครียดในตะวันออกกลางจะกระตุ้นเงินเฟ้อและกดดันนโยบายดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นยุโรปพยายามฟื้นตัวในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากเผชิญกับแรงเทขายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 4 เดือน โดยมีสาเหตุจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นและปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลกขึ้นมาใหม่
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของตลาด
ดัชนี STOXX 600 ซึ่งเป็นมาตรวัดของหุ้นทั่วยุโรป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในช่วงเช้า พยายามฟื้นตัวจากการดิ่งลงอย่างหนักถึง 1.6% ในวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม และทำให้ดัชนีลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์
ข้อมูลจาก Investing.com ระบุว่าดัชนีหลักในแต่ละประเทศเคลื่อนไหวแตกต่างกันไป:
- DAX ของเยอรมนี เพิ่มขึ้น 0.7%
- CAC 40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 0.6%
- FTSE MIB ของอิตาลี เพิ่มขึ้น 0.8%
- FTSE 100 ของลอนดอน ปรับตัวลดลง 0.2%
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
Adปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคือสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่านได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" ตามมาด้วยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในอิหร่านเป็นวันที่สองติดต่อกัน
ความขัดแย้งดังกล่าวสร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมัน โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น สิ่งนี้ได้จุดประกายความกลัวว่าเงินเฟ้อที่มาจากราคาพลังงาน (cost-push inflation) จะกลับมาอีกครั้ง และอาจทำให้ธนาคารกลางหลักอย่างธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น (higher-for-longer) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น
หุ้นที่น่าจับตา
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโดยรวม หุ้นรายตัวมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยหุ้นของ Schott Pharma พุ่งขึ้นถึง 20% หลังจากรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ในทางกลับกัน หุ้นของ AstraZeneca ร่วงลง 9% หลังจากผลการทดลองยารักษาโรคทางระบบประสาทในระยะสุดท้ายออกมาน่าผิดหวัง