Story
หุ้นยุโรปร่วงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังทรัมป์ขู่สเปนและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

Summary
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยมีสาเหตุจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง และคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสเปน ซึ่งกระตุ้นความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตลาดหุ้นยุโรปเผชิญกับการปรับตัวลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยดัชนี STOXX 600 ทั่วยุโรปลดลง 1.8% ปิดที่ 634.91 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ การลดลงอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สร้างความกังขาต่อแนวโน้มสันติภาพในตะวันออกกลาง ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันและเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง
ตลาดหุ้นสเปนได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยดัชนี IBEX ร่วงลงถึง 2.7% ซึ่งเป็นการลดลงในวันเดียวที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากคำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่า เขาได้สั่งการให้รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ตัดการค้าทั้งหมดกับสเปน และเรียกกรุงมาดริดว่าเป็น "พันธมิตรที่แย่มาก"
ผลกระทบได้กระจายไปในหลายภาคส่วน โดยหุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานและกลุ่มก่อสร้างเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ฉุดดัชนีลงมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มยานยนต์ก็ปรับตัวลงเช่นกัน ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้หนุนให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.9% แต่ก็ส่งผลลบต่อสายการบิน เช่น Air France และ Wizz Air ที่หุ้นร่วงลงอย่างหนัก
Adสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนกลับมาคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ นอกจากนี้นักลงทุนยังคงจับตาดูหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ผันผวนในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม โดยหุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปอย่าง ASML ปรับตัวขึ้น 1.3% ในขณะที่บริษัทชิป Aixtron ลดลง 2.7%