Story
Baker Hughes ได้รับไฟเขียวจาก EU เข้าซื้อ Chart Industries มูลค่า 1.36 หมื่นล้านดอลลาร์

Summary
คณะกรรมาธิการยุโรปอนุมัติดีลควบรวมกิจการของ Baker Hughes กับ Chart Industries หลังจากที่บริษัทตกลงขายธุรกิจบางส่วนเพื่อลดข้อกังวลด้านการแข่งขันในตลาด LNG
Baker Hughes (NYSE:BKR) ได้รับการอนุมัติด้านการป้องกันการผูกขาดจากสหภาพยุโรป (EU) สำหรับการเข้าซื้อกิจการ Chart Industries (NASDAQ:GTLS) มูลค่า 1.36 หมื่นล้านดอลลาร์ นับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญในการปิดดีลยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ หลังจากที่บริษัทให้คำมั่นว่าจะขายสินทรัพย์บางส่วนออกไปเพื่อแก้ไขข้อกังวลของหน่วยงานกำกับดูแล
เงื่อนไขเพื่อแลกกับการอนุมัติ
คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของ EU ได้แสดงความกังวลว่าการควบรวมกิจการอาจทำให้ Baker Hughes สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ Chart เหนือคู่แข่งรายอื่นได้
เพื่อแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว Baker Hughes ได้ตกลงที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ ได้แก่:
- ขายธุรกิจเทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่เป็นกรรมสิทธิ์ (proprietary process technology) ของ Chart
- ขายแผนกเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขนาดเล็ก (small-scale process technology division) ของ Chart
- รับประกันว่าอุปกรณ์ของบริษัทจะสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ LNG ของบุคคลที่สามได้ต่อไปเป็นระยะเวลา 10 ปี
เบื้องหลังและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์
AdBaker Hughes ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการบ่อน้ำมันรายใหญ่ ได้ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Chart Industries เป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในตลาดที่มีการเติบโตสูงอย่าง LNG และศูนย์ข้อมูล (data centers)
Chart Industries เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่น วาล์วและเทคโนโลยีการวัดผล สำหรับการจัดการโมเลกุลของก๊าซและของเหลว บริษัทมีโรงงานผลิต 65 แห่ง และศูนย์บริการกว่า 50 แห่งทั่วโลก การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยให้ Baker Hughes สามารถผนวกรวมเทคโนโลยีและสินทรัพย์ด้านพลังงานและอุตสาหกรรมของตนเข้ากับพอร์ตโฟลิโอของ Chart ได้
ความสำคัญต่อนักลงทุน
การได้รับอนุมัติจาก EU ถือเป็นการข้ามผ่านอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง และทำให้ข้อตกลงนี้ใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น สำหรับนักลงทุน นี่คือสัญญาณว่า Baker Hughes กำลังเดินหน้าตามกลยุทธ์การกระจายธุรกิจไปสู่ภาคส่วนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังคงจับตาดูขั้นตอนการขายธุรกิจตามเงื่อนไข รวมถึงความสามารถในการผสานการดำเนินงานของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกันหลังการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น