Story
วอลล์สตรีทร่วง หลังทรัมป์ประกาศข้อตกลงอิหร่าน "สิ้นสุดแล้ว"

Summary
ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในวันพุธ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อตลาด
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดลบในวันพุธ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตว่า ข้อตกลงชั่วคราวที่มุ่งยุติสงครามกับอิหร่านได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเตือนว่าสหรัฐฯ อาจปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น
ความเห็นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสพุ่งสูงขึ้นกว่า 5% และสร้างแรงกดดันต่อดัชนีหลัก โดย ณ เวลา 10:10 น. ตามเวลาตะวันออก ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 0.97% ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.46% และดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 0.31%
หุ้นในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงาน เช่น กลุ่มการเดินทาง ปรับตัวลดลงอย่างหนักจากความกังวลเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยหุ้นของสายการบินและกลุ่มเรือสำราญต่างปรับตัวลดลง ในภาพรวม 9 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 ปิดในแดนลบ ยกเว้นกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Adอย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปกลับปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนี Philadelphia SE Semiconductor เพิ่มขึ้น 1.4% ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นของ Broadcom ที่เพิ่มขึ้นหลังจากมีข่าวข้อตกลงจัดหาชิปกับ Apple ซึ่งช่วยพยุงดัชนี Nasdaq ไม่ให้ลดลงไปมากกว่านี้
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้นที่ทำให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 10% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนี CBOE Volatility Index หรือ "มาตรวัดความกลัว" ของวอลล์สตรีท พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ นักลงทุนกำลังจับตารายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ