Story
หุ้น Vodafone พุ่งแรง หลัง Xavier Niel ทุ่ม 4.4 พันล้านปอนด์เข้าซื้อหุ้น

Summary
ราคาหุ้น Vodafone ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังบริษัทลงทุนของ Xavier Niel ตกลงเข้าซื้อหุ้น 16.2% จาก e& ด้วยมูลค่าราว 4.4 พันล้านปอนด์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ต่อนักลงทุน
ราคาหุ้นของ Vodafone Group (VOD) พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่า 3.8% แตะระดับ 114.306 เพนนีในการซื้อขายล่าสุด หลังจากมีประกาศว่า Vega ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการลงทุนของตระกูล Niel ได้ตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดที่ Emirates Telecommunications Group (e&) ถืออยู่ใน Vodafone
รายละเอียดข้อตกลงครั้งสำคัญ
ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 16.2% ของ e& ใน Vodafone คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 4.4 พันล้านปอนด์ (หรือราว 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยราคาเสนอซื้ออยู่ที่ประมาณ 112.5 เพนนีต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาปิดของหุ้นในวันก่อนหน้าถึง 14% สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงจากหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในวงการโทรคมนาคมยุโรป
การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้จะทำให้ Xavier Niel ผู้ประกอบการชาวฝรั่งเศสผู้อยู่เบื้องหลัง Iliad และการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมทั่วยุโรป กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลที่ใหญ่ที่สุดของ Vodafone ภายหลังได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบ ขณะเดียวกัน Vodafone ยืนยันว่าข้อตกลงความร่วมมือกับ e& ได้สิ้นสุดลงแล้ว และ Hatem Dowidar ซึ่งเป็นตัวแทนจาก e& ได้ลาออกจากคณะกรรมการบริหารของ Vodafone โดยมีผลทันที
มุมมองนักวิเคราะห์และผลกระทบต่อตลาด
การเข้ามาของ Niel ได้รับการจับตามองจากตลาดอย่างใกล้ชิด Akhil Dattani นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ตั้งข้อสังเกตว่า Niel "ไม่เป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนแบบอยู่เฉยๆ (passive investor)" ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตลาดสำคัญอย่างสหราชอาณาจักรและเยอรมนี ขณะที่ Deutsche Bank ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับหุ้น Vodafone
Adข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้น Vodafone กลายเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดในดัชนี FTSE 100 และยังส่งผลบวกไปยังหุ้นในกลุ่มโทรคมนาคมอื่นๆ เช่น BT Group ที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ปัจจัยหนุนอื่นๆ เช่น การที่ Vodacom เข้าซื้อหุ้นใหญ่ 55% ใน Safaricom ก็ช่วยเสริมเรื่องราวการเติบโตในตลาดแอฟริกาให้กับบริษัท
ปัจจัยหนุนในระยะสั้น
การที่นักลงทุนที่มีชื่อเสียงเข้ามาถือหุ้นใหญ่ด้วยราคาพรีเมียม ประกอบกับความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ และการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 26 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 27 กรกฎาคม ได้สร้างปัจจัยกระตุ้นเชิงบวกที่ทรงพลังให้กับหุ้นในระยะสั้น
ราคาหุ้นปัจจุบันที่ 114.306 เพนนี ซึ่งเคลื่อนไหวใกล้กรอบบนของช่วง 52 สัปดาห์ (80.22p - 122.05p) สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังประเมินมูลค่าที่เป็นไปได้ของบริษัทใหม่ หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการปรับโครงสร้างภายใต้การนำของ CEO Margherita Della Valle