Story
ตลาดฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัว หลังหุ้นเทคฯ ดิ่งหนัก จับตาปัจจัยภาษีและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัวในการซื้อขายช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี หลังจากตลาดวอลล์สตรีทเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า โดยมีแรงกดดันหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งการประกาศใช้มาตรการภาษีครั้งใหม่ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงหนักจากแรงกดดันหุ้นเทคโนโลยี
ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยดัชนี NASDAQ Composite ร่วงลงกว่า 2% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 1.2% และ 1% ตามลำดับ การปรับตัวลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการดิ่งลงของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่
- Tesla Inc (TSLA): ราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 15%
- Alphabet Inc (GOOGL): ราคาหุ้นลดลง 7.1%
แรงเทขายในหุ้นทั้งสองบริษัทเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทเปิดเผยถึงแผนการใช้จ่ายเงินลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับต้นทุนที่สูงและผลตอบแทนที่ยังไม่มีความแน่นอน
ปัจจัยลบใหม่: ภาษีการค้าและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Adนอกเหนือจากแรงกดดันในกลุ่มเทคโนโลยี ตลาดยังเผชิญกับปัจจัยลบใหม่ โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีในอัตรา 10% ถึง 12.5% กับคู่ค้าสำคัญ 60 ประเทศ ซึ่งรวมถึงสหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยให้เหตุผลว่าประเทศเหล่านี้ไม่สามารถหยุดยั้งการใช้แรงงานบังคับได้อย่างเหมาะสม การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจเกิดจากราคาพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องคงนโยบายการเงินที่แข็งกร้าวต่อไป
การเคลื่อนไหวล่าสุดและสิ่งที่ต้องจับตา
ข้อมูลล่าสุดจาก Investing.com ณ เวลา 22:22 ET (02:22 GMT) ดัชนี S&P 500 Futures ทรงตัว, ดัชนี Nasdaq 100 Futures ลดลงเล็กน้อย 0.1% และดัชนี Dow Jones Futures ปรับตัวขึ้น 0.1% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของนักลงทุน
สำหรับสัปดาห์หน้า ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตามองคือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Microsoft, Meta, Apple และ Amazon ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางของตลาดต่อไป
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้