Story
สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ มุ่งเป้าเครือข่ายการเงิน หลังความขัดแย้งปะทุ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลและนิติบุคคลรวม 14 ราย การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดในภูมิภาคปะทุขึ้นอีกครั้ง จากเหตุการณ์ที่อิหร่านกลับมาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
รายละเอียดมาตรการคว่ำบาตร
เป้าหมายหลักของมาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้คือ นายอาลี อันซารี (Ali Ansari) นายธนาคารและนักธุรกิจชาวอิหร่านซึ่งมีฐานอยู่ในดูไบ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าเขาเป็นนายทุนคนสำคัญของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
กระทรวงการคลังกล่าวหาว่า อันซารีได้ยักย้ายถ่ายเทความมั่งคั่งของรัฐไปสู่เครือข่ายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการค้าในต่างประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง กลุ่มชนชั้นนำในรัฐบาล และ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) นอกจากนี้ มาตรการยังครอบคลุมถึง:
- บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราในอิหร่าน 3 แห่ง
- "บริษัทบังหน้า" ในต่างประเทศที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยเคลื่อนย้ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปีในนามของธนาคารอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร โดยใช้บริษัทเชลล์ซ้อนกันหลายชั้นเพื่อปกปิดกิจกรรม
- บริษัท CDM Trading Limited ในฮ่องกง และ Naba Alzaki Raw Materials Trading LLC ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เบื้องหลังความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
Adการประกาศคว่ำบาตรมีขึ้นหลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มต้นจากการที่เรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย 3 ลำถูกอิหร่านยิงโจมตี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน และอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงว่ากระทรวงฯ จะ "ใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี" เพื่อโดดเดี่ยวคาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านคนอื่นๆ ออกจากระบบการเงินโลก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านได้ออกมาตอบโต้ โดยนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าการกระทำของสหรัฐฯ ถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้
มุมมองต่อตลาดและนักลงทุน
การคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากสหรัฐฯ ว่ากำลังเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง เบรตต์ อีริกสัน ผู้บริหารจาก Obsidian Risk Advisors ให้ความเห็นว่า "วอชิงตันไม่ได้พยายามที่จะรักษากรอบการทำงานที่มีอยู่อีกต่อไป แต่กำลังเตรียมที่จะแทนที่มันทั้งหมด"
สำหรับนักลงทุน การทวีความรุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มข้นขึ้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมัน เนื่องจากความเสี่ยงที่อาจเกิดการหยุดชะงักของอุปทานในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก