Story
ดอลลาร์ร่วงหนักสุดนับแต่ปลายเม.ย. หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แผ่ว ทำตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

Summary
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบกว่าสองเดือน หลังจากรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการอ่อนค่ารายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากรายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งใช้วัดมูลค่าของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 100.86
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 114,000 ตำแหน่งอย่างมาก และชะลอตัวลงจากเดือนพฤษภาคมที่ถูกปรับลดลงเหลือ 129,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานโดยรวมยังคงมีความยืดหยุ่น โดยอัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.2% จาก 4.3%
ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งเมื่อประกอบกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมในการประชุมครั้งถัดไปในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจต่อไป เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
Adในขณะเดียวกัน สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นกลับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน หลังจากมีรายงานว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ได้ทำการ "ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน" (rate checks) ซึ่งเป็นสัญญาณที่มักเกิดขึ้นก่อนการเข้าแทรกแซงจริง การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเกือบ 1% ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย