Story
ราคาน้ำมันดีเซลล่วงหน้าสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี หลังรัสเซียสั่งห้ามส่งออก

Summary
ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี หลังจากรัสเซียประกาศห้ามส่งออกเชื้อเพลิงดังกล่าว ซึ่งจุดประกายความกังวลอย่างหนักต่ออุปทานในตลาดโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว
สัญญาน้ำมันดีเซลล่วงหน้าของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากรัสเซียประกาศคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับภาวะอุปทานในตลาดโลก โดยสัญญาน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำพิเศษในตลาด New York Mercantile Exchange ปิดตลาดพุ่งขึ้น 11.6% สู่ระดับ 154.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน และเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022
การตัดสินใจห้ามส่งออกของรัสเซียมีขึ้น ท่ามกลางการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศด้วยโดรนของยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น การตอบสนองอย่างรุนแรงของราคาในตลาด สะท้อนให้เห็นถึงภาวะตึงตัวอย่างยิ่งของตลาดดีเซลทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากการปิดโรงกลั่นในหลายพื้นที่ การลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
สำหรับสถานการณ์ในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลจากรัฐบาลชี้ว่า ปริมาณน้ำมันดีเซลและน้ำมันทำความร้อนสำรองของประเทศลดลงเกือบ 5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว เหลืออยู่ที่ประมาณ 103.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่ประมาณ 7% ในขณะเดียวกัน การส่งออกน้ำมันกลั่นของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และอุปสงค์ในประเทศยังคงแข็งแกร่ง
Adแม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้นำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียโดยตรง แต่ผู้บริโภคชาวอเมริกันอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากประเทศต่างๆ ที่เคยพึ่งพาน้ำมันจากรัสเซียมีแนวโน้มที่จะหันมาหาแหล่งอุปทานอื่น ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคามากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ราคาขายส่งน้ำมันดีเซลอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 40 เซนต์ต่อแกลลอน ซึ่งอาจกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อครั้งใหม่ ในทางกลับกัน สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลดีต่อผลกำไรของโรงกลั่นในสหรัฐฯ