Story
อุตสาหกรรมกาแฟสหรัฐฯ เรียกร้องทรัมป์คงมาตรการยกเว้นภาษีเมล็ดกาแฟจากบราซิล

Summary
สมาคมกาแฟแห่งชาติสหรัฐฯ (NCA) เรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ยังคงยกเว้นภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบจากบราซิลต่อไป พร้อมทั้งเสนอให้รวมกาแฟสำเร็จรูปไว้ในรายการยกเว้นภาษีด้วย เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมและผู้บริโภคในประเทศจากราคาที่สูงขึ้น
อุตสาหกรรมกาแฟของสหรัฐอเมริกาได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลทรัมป์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ให้คงการยกเว้นภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบ (green coffee) จากประเทศบราซิลต่อไป การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นระหว่างการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับการทบทวนภาษีสินค้านำเข้าจากบราซิลภายใต้การสืบสวนมาตรา 301
สมาคมกาแฟแห่งชาติ (NCA) ยังได้ขอให้รัฐบาลพิจารณารวมกาแฟสำเร็จรูปไว้ในรายการสินค้าปลอดภาษีจากบราซิลด้วย โดยให้เหตุผลว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมกาแฟสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น กาแฟพร้อมดื่ม นายวิลเลียม เมอร์เรย์ ประธาน NCA กล่าวว่า "การทำให้การนำเข้ากาแฟเหล่านี้ปลอดภาษีจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และต่อชาวอเมริกันเกือบ 200 ล้านคนที่ดื่มกาแฟทุกวัน"
ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนมาตรา 301 เกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางการค้าของบราซิล ซึ่งอาจนำไปสู่การกำหนดภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้าหลายรายการ โดยอ้างถึงประเด็นต่างๆ ตั้งแต่การค้าดิจิทัลไปจนถึงการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย ทั้งนี้ บราซิลเป็นผู้ผลิตและส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้จัดหาเมล็ดกาแฟราวหนึ่งในสามของความต้องการทั้งหมดในสหรัฐฯ
Adก่อนหน้านี้ อุตสาหกรรมกาแฟสหรัฐฯ เคยได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษี 50% ในปีที่แล้ว ก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจยกเว้นภาษีให้กับเมล็ดกาแฟดิบในภายหลัง นายเมอร์เรย์กล่าวว่า ภาษีดังกล่าวส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อด้านราคาที่เห็นได้ชัดเจนในผลิตภัณฑ์ยอดนิยม ซึ่งสร้างแรงกดดันให้กับบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐฯ ที่ผลิตกาแฟพร้อมดื่ม หัวเชื้อกาแฟเหลว ไซรัป และส่วนผสมสำหรับธุรกิจบริการอาหาร