Story
IMO เรียกร้องนานาชาติปฏิเสธความพยายามของอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

คณะมนตรีขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการขนส่งทางเรือของสหประชาชาติ ได้มีมติเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ปฏิเสธความพยายามของอิหร่านในการอ้างอธิปไตยและควบคุมการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค
มติคณะมนตรี IMO ต่อต้านการอ้างสิทธิ์ของอิหร่าน
เอกสารมติที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายของคณะมนตรี IMO ซึ่งมีสมาชิก 40 ประเทศ ได้ "ประณามอย่างรุนแรง" ต่อการตัดสินใจของอิหร่านที่จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อควบคุมการสัญจรในช่องแคบดังกล่าว มติดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐสมาชิกไม่ยอมรับการกระทำของอิหร่านในประเด็นสำคัญหลายข้อ
- ไม่ยอมรับ การอ้างอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
- ไม่ยอมรับการอ้างเขตอำนาจศาลเหนือเขตทางทะเลของรัฐอื่นในและรอบๆ ช่องแคบ
- ไม่ยอมรับการตัดสินใจใดๆ ของอิหร่านที่มุ่ง "ปิดกั้น ขัดขวาง หรือแทรกแซง" การเดินเรือระหว่างประเทศและสิทธิในการเดินทางผ่าน
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่หน่วยงานที่อิหร่านจัดตั้งขึ้นใหม่ในชื่อ Persian Gulf Strait Authority ได้ออกคำแนะนำเมื่อเดือนมิถุนายนว่า เรือทุกลำจะต้องได้รับ "ใบอนุญาตผ่านแดนที่ถูกต้อง" จากหน่วยงานนี้ก่อนจึงจะสามารถสัญจรผ่านช่องแคบได้
ท่าทีของอิหร่านและบริบทความตึงเครียด
อิหร่าน ซึ่งไม่มีที่นั่งในคณะมนตรี ได้แจ้งต่อผู้แทน IMO ว่าตนปฏิเสธ "ข้อกล่าวหาที่เลือกปฏิบัติ มีแรงจูงใจทางการเมือง และไม่มีมูลความจริงทางกฎหมาย" พร้อมชี้แจงว่าอิหร่านไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) จึงไม่ผูกพันตามข้อตกลงดังกล่าว
Adผู้แทนของอิหร่านยืนยันว่า มาตรการที่บังคับใช้นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล ป้องกันการสนับสนุนการกระทำที่ก้าวร้าว และปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมย้ำว่ามาตรการเหล่านี้ "ไม่ถือเป็นการปิดช่องแคบ"
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกากำลังตึงเครียด รวมถึงเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันโลก
ผลกระทบต่อตลาดและการลงทุน
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ความพยายามใดๆ ที่จะควบคุมหรือขัดขวางการสัญจรผ่านช่องทางนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันและตลาดพลังงานทั่วโลก
สำหรับนักลงทุน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคนี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวมได้