Story
หุ้น TSMC ร่วงสวนผลประกอบการทุบสถิติ เหตุแรงขายทำกำไรและแรงกดดันทั้งกลุ่ม

หุ้นของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ร่วงลง 4.2% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ แม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงปรากฏการณ์ "ขายเมื่อมีข่าวดี" (sell the news) และแรงกดดันจากตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในวงกว้าง
ผลประกอบการแข็งแกร่งสวนทางราคาหุ้น
TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปตามสัญญารายใหญ่ที่สุดในโลก ได้รายงานผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจ โดยข้อมูลสำคัญจากไตรมาส 2 ปี 2026 มีดังนี้:
- รายได้: อยู่ที่ $4.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับปีก่อน และอยู่ในระดับสูงสุดของกรอบคาดการณ์
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin): อยู่ที่ 67.7% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 65.5%–67.5%
- อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin): แตะระดับ 55.6%
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ทั้งปี 2026 เป็น "สูงกว่า 40% เล็กน้อย" ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มงบลงทุน (Capital Spending) เป็น $6.0–6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ $5.2–5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องในอุปสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
แรงเทขายทำกำไรและภาพรวมตลาดกดดัน
Adแม้ผลประกอบการจะออกมาดีเยี่ยม แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลง ซึ่งนักวิเคราะห์ตลาดชี้ว่าเป็นผลมาจากความคาดหวังของนักลงทุนที่อยู่ในระดับสูงมากอยู่แล้ว ประกอบกับการที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นไปมากก่อนการประกาศผลประกอบการ ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะขายทำกำไร
ปัจจัยกดดันยังมาจากภาพรวมของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วเอเชียที่อ่อนแอลง โดยดัชนี MSCI ของหุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นลดลง 1% ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 6.2% จากแรงกดดันในหุ้น Samsung และ SK Hynix ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นลดลง 3% ก่อนหน้านี้ หุ้นของ ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปจากเนเธอร์แลนด์ ก็ปิดตลาดในแดนลบแม้ว่าจะปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายก็ตาม ตอกย้ำความกังวลว่าตลาดได้สะท้อนแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของภาคส่วนนี้ไปมากแล้ว
มุมมองสำหรับนักลงทุน
การปรับตัวลงของหุ้น TSMC ในครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอของบริษัท แต่เป็นผลจากพลวัตของตลาดในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการเทขายทำกำไร และการปรับฐานในกลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ร้อนแรงเกินไป นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า "มาตรฐานสำหรับผลประกอบการของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์นั้นสูงมาก" ซึ่งหมายความว่าแม้แต่ผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมก็อาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นต่อไปในระยะสั้น
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้