Story
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ สูงขึ้น ตลาดรอสัญญาณคุมเข้มจากรายงานประชุมเฟด

Summary
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร ขณะที่ตลาดตราสารหนี้เตรียมพร้อมสำหรับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีท่าทีคุมเข้มทางการเงิน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร โดยมีแรงกดดันจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่ารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจมีท่าทีที่คุมเข้มทางการเงินมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลความเชื่อมั่นนักลงทุนในยุโรปที่ดีเกินคาดได้ลดความน่าดึงดูดของพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ตลาดจับตารายงานการประชุมเฟด
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้คือการรอเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ประจำวันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนได้เห็นมุมมองเชิงลึกครั้งแรกของคณะกรรมการภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช
แม้ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%–3.75% ในการประชุมครั้งล่าสุด แต่รายงานสรุปคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ (SEP) ที่เปิดเผยพร้อมกันกลับส่งสัญญาณที่คุมเข้มกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนซึ่งเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคาปรับตัวสูงขึ้น
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Benchmark) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.49%
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายการเงิน ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.13%
Adปัจจัยหนุนจากฝั่งยุโรป
ในฝั่งยูโรโซน ตลาดตราสารหนี้เผชิญกับแรงเทขายเช่นกัน หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน Sentix ประจำเดือนกรกฎาคมฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี กระตุ้นให้นักลงทุนย้ายเงินออกจากพันธบัตรรัฐบาลซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น
แรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรยิ่งเพิ่มขึ้นจากความเห็นของฟาบิโอ ปาเนตตา หนึ่งในคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเตือนว่าธนาคารกลางในยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองในระยะยาวให้ต้องเข้ามารองรับการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลที่เพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของเยอรมนีขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.948%