Story
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ขยับขึ้น ตลาดจับตารายงานประชุมเฟดรอสัญญาณคุมเข้ม

Summary
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนจับตารอการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดในเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะมีสัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินที่ชัดเจนขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร เนื่องจากตลาดการเงินเตรียมพร้อมรับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งนักลงทุนคาดว่าจะมีเนื้อหาในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน (Hawkish) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนก็ดีดตัวขึ้นเช่นกันจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ฟื้นตัว
ตลาดจับตารายงานการประชุมเฟด
ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้คือการรอเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ประจำวันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งจะเผยแพร่ในวันพุธนี้ เอกสารดังกล่าวถือเป็นรายละเอียดแรกที่ตลาดจะได้รับรู้เกี่ยวกับการหารือภายในของคณะกรรมการภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh)
แรงเทขายได้ผลักดันให้อัตราผลตอบแทนซึ่งเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.49% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายการเงินโดยตรง ก็ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.13%
แม้ว่าในการประชุมเดือนที่แล้ว เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50%-3.75% แต่รายงานสรุปคาดการณ์เศรษฐกิจ (SEP) ที่เปิดเผยพร้อมกันกลับส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก
Adปัจจัยหนุนจากฝั่งยุโรป
ในฝั่งยุโรป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (Bund) อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.948% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.54%
การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนในยุโรปได้รับแรงหนุนจากดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน Sentix ของยูโรโซนในเดือนกรกฎาคมที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ทำให้ความน่าสนใจของพันธบัตรรัฐบาลในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง นอกจากนี้ ความเห็นของฟาบิโอ ปาเนตตา (Fabio Panetta) สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เตือนถึงแรงกดดันทางการเมืองในระยะยาวต่อธนาคารกลาง ก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตร
ก่อนหน้านี้ ตลาดพันธบัตรเคยได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 115,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นักลงทุนได้หันกลับมาให้ความสำคัญกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดเป็นหลัก