Story

เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น สวนทางดอลลาร์ที่ร่วงลงหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 8, 20261 min read
เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น สวนทางดอลลาร์ที่ร่วงลงหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอ

Summary

ค่าเงินปอนด์และยูโรปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว

Text size
Background

ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงและเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งตอกย้ำการคาดการณ์ของตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้สิ้นสุดวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว โดยค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ (GBP/USD) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.3360 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ (EUR/USD) ขยับขึ้นไปที่ 1.1455 ดอลลาร์

รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เผยให้เห็นการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังมีการปรับลดตัวเลขของสองเดือนก่อนหน้าลงรวม 74,000 ตำแหน่ง แม้อัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.2% แต่มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักต่อตลาดแรงงาน

ฟรานเชสโก เปโซเล นักยุทธศาสตร์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนจาก ING กล่าวว่ารายงานการจ้างงานล่าสุดแทบจะ "ไม่มีข่าวดี" และถึงแม้ข้อมูลนี้จะยังไม่รุนแรงพอที่จะกระตุ้นให้ตลาดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่ในทันที แต่ก็ทำให้การคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยเป็นไปได้ยากขึ้น ทั้งนี้ ING คาดว่าดัชนีดอลลาร์จะทรงตัวอยู่ในช่วง 100-101.5 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

Sample IUX Markets – In-articleAd

การแข็งค่าของเงินปอนด์ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยพื้นฐานของสหราชอาณาจักรโดยตรง โดยผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เพิ่งให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในช่วง "ซบเซา" (soft patch) และยังไม่มีการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม สกุลเงินปอนด์ยังได้รับแรงหนุนเล็กน้อยจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง

ในส่วนของเงินยูโร การปรับตัวขึ้นเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าคาด ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตาดูข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อไปสำหรับการคาดการณ์ทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

Back to latest news

LATEST