Story
หุ้น SK Hynix: พุ่ง 600% ในปีเดียว แต่ยังถูกเมื่อเทียบกับคาดการณ์กำไร

Summary
SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 600% ในปีที่ผ่านมา จากความต้องการชิป HBM สำหรับ AI แต่เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า หุ้นยังคงมีมูลค่าที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
หุ้นของ SK Hynix (000660) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำของโลก พุ่งขึ้นอย่างมหาศาลกว่า 600% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในฐานะผู้เล่นหลักของวัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ของปัญญาประดิษฐ์ (AI Supercycle) อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นร้อนแรง แต่การประเมินมูลค่าล่วงหน้ายังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม
การเติบโตที่ไม่ธรรมดา
ราคาหุ้น SK Hynix ทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทพุ่งสูงถึงประมาณ 1,334 ล้านล้านวอน (ประมาณ 966,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งจากนักลงทุนต่างชาติ
- ผลตอบแทน 1 ปี: +600.37%
- ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD): +189.40%
- ความเคลื่อนไหวล่าสุด: แม้ว่าหุ้นจะมีความผันผวนและปรับตัวลง 26.26% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติหลังการเสนอขายหุ้น IPO แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงการย่อยข่าวมากกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐาน
หัวใจสำคัญของ AI Supercycle
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาหุ้นคือตำแหน่งผู้นำในตลาดหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High Bandwidth Memory - HBM) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในชิปประมวลผล AI ของ NVIDIA ข้อมูล ณ ไตรมาส 1 ปี 2026 ระบุว่า SK Hynix ครองส่วนแบ่งตลาด HBM ทั่วโลกอยู่ที่ 56-58%
แม้ว่าส่วนแบ่งจะลดลงจาก 69% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจาก Micron (MU) และ Samsung Electronics (005930) ซึ่งแต่ละรายมีส่วนแบ่งประมาณ 21-22% แต่ความต้องการโดยรวมยังคงแข็งแกร่งมาก โดย CEO ของบริษัทคาดการณ์ว่าอุปทานชิปหน่วยความจำอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการไปจนถึงหลังปี 2030
Adมูลค่าและการประเมิน
แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง แต่เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (Forward P/E) หุ้น SK Hynix ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 5.8 เท่า ซึ่งถือว่าถูกกว่าคู่แข่งอย่าง Micron ที่มีค่า Forward P/E อยู่ที่ประมาณ 7 เท่า ทั้งๆ ที่ SK Hynix มีส่วนแบ่งตลาด HBM ที่ใหญ่กว่า
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบริษัทจะรายงานผลกำไรจากการดำเนินงานเป็นประวัติการณ์ที่ 63.45 ล้านล้านวอน ในไตรมาสที่ 2 ปี 2026 ซึ่งจะมีการประกาศในวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ที่จะถึงนี้ โดยรายงานผลประกอบการครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของหุ้นในระยะต่อไป
ความเสี่ยงและปัจจัยที่ต้องจับตา
นักลงทุนควรจับตาประเด็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจาก Samsung ซึ่งมีรายงานว่ารายได้จาก HBM เติบโตถึง 89% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากผู้เล่นรายใหม่ในจีนอย่าง CXMT ที่อาจเข้ามากดดันราคาในระยะยาว
ล่าสุด หุ้นมีความผันผวนจากข่าวลือเรื่องการเจรจาเข้าซื้อโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ของ Intel ในโอไฮโอ ซึ่งต่อมา SK Hynix ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความร่วมมือในรูปแบบอื่น ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
Read next
More on หุ้น
หุ้น Sumitomo Electric พุ่งขึ้น 6% หลังทำข้อตกลงซื้อสายเคเบิล Meta Transatlantic
หุ้นของบริษัทผู้ผลิตสายเคเบิลสัญชาติญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ หลังจากประกาศความร่วมมือกับ Meta และ NEC เพื่อจัดหาใยแก้วนำแสงขั้นสูงสำหรับสายเคเบิลใต้น้ำความจุสูงสายใหม่ที่จะเชื่อมระหว่างสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส

ราคาหุ้นแร่หายากร่วงลงหลังสหรัฐฯ-จีนขยายเวลาหยุดยิง แม้ความเสี่ยงด้านอุปทานจะยังคงอยู่
หุ้นของผู้ผลิตแร่หายากที่ไม่ใช่ของจีนร่วงลงหลังจากมีการขยายเวลาสงบศึกทางการค้ากับปักกิ่ง เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่รับรู้ได้ลดลง อย่างไรก็ตาม การควบคุมการส่งออกของจีนที่ยังคงดำเนินอยู่และข้อกำหนดด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึง ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง

หุ้น Qualcomm พุ่งขึ้นกว่า 18% ในเดือนกันยายน จากการเติบโตในธุรกิจ AI และยานยนต์
ราคาหุ้นของ Qualcomm (QCOM) พุ่งขึ้นมากกว่า 18% ในเดือนนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ AI บนอุปกรณ์รุ่นใหม่ และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจยานยนต์

สหรัฐฯ และจีนขยายเวลาหยุดการค้าชั่วคราวไปจนถึงเดือนมกราคม ขณะที่สี จิ้นผิง เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน
สหรัฐอเมริกาและจีนตกลงที่จะขยายเวลาการหยุดยิงทางการค้าออกไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญในขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเริ่มการเยือนอย่างเป็นทางการเพื่อพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การประชุมสุดยอดคาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์ แม้ว่าความก้าวหน้าครั้งสำคัญในประเด็นอื่นๆ ยังคงไม่น่าเป็นไปได้