Story
Morgan Stanley เผยข้อมูลนำเข้าเหล็กอเมริกาเหนือเดือนมิ.ย. ลดลง 6% สวนทางส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น

Morgan Stanley เปิดเผยข้อมูลใบอนุญาตนำเข้าเหล็กสำหรับอเมริกาเหนือในเดือนมิถุนายน 2569 พบว่าปริมาณการนำเข้าโดยรวมลดลง 6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าปริมาณจะลดลง แต่ส่วนต่างราคาระหว่างเหล็กในประเทศและเหล็กนำเข้ากลับกว้างขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจส่งผลต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป
ภาพรวมการนำเข้าเดือนมิถุนายน
ข้อมูลจาก Morgan Stanley ระบุว่าปริมาณการนำเข้าเหล็กในเดือนมิถุนายนลดลง 0.12 ล้านตันเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม และลดลง 0.18 ล้านตันเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ พบว่ามีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน:
- ผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่น (Flat products) เพิ่มขึ้น 3% จากเดือนก่อนหน้า
- ผลิตภัณฑ์ท่อ (Pipe and tube) เพิ่มขึ้น 18% จากเดือนก่อนหน้า
- ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป (Semi-finished) ลดลง 5% จากเดือนก่อนหน้า
- ผลิตภัณฑ์เหล็กเส้น (Long products) ลดลง 30% จากเดือนก่อนหน้า
- ผลิตภัณฑ์สเตนเลส (Stainless) ลดลง 11% จากเดือนก่อนหน้า
ปัจจัยเบื้องหลังและแนวโน้มทั้งปี
Morgan Stanley วิเคราะห์ว่าการนำเข้าที่ลดลงในเดือนมิถุนายนเป็นผลมาจากส่วนต่างราคานำเข้าที่แคบลงในเดือนเมษายน หลังจากที่เคยพุ่งขึ้นสูงสุดในช่วงปลายเดือนมีนาคม นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอุปทานจากต่างประเทศและความพร้อมของวัตถุดิบนำเข้าที่ลดลงหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ
Adสำหรับภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมิถุนายน (Year-to-date) ปริมาณการนำเข้าสะสมอยู่ที่ประมาณ 10.3 ล้านตัน ซึ่งลดลงถึง 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นที่ลดลงถึง 35%
ส่วนต่างราคาและผลกระทบต่อตลาด
ส่วนต่างราคานำเข้าของเหล็กแผ่นรีดร้อน (Hot-rolled coil) เฉลี่ยอยู่ที่ $127 ต่อตันในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นจาก $121 ต่อตันในเดือนพฤษภาคม และยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย 12 เดือนที่ผ่านมาที่ $97 ต่อตัน โดยทั่วไปแล้ว นักค้าในตลาดมองว่าส่วนต่างที่สูงกว่า $100 ต่อตันจะทำให้การนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศมีความน่าสนใจมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศ (Spot domestic HRC) ได้ปรับตัวสูงขึ้นจาก $930 ต่อชอร์ตตันในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 มาอยู่ที่ $1,155 ต่อชอร์ตตัน ณ วันที่ 10 มิถุนายน นอกจากนี้ ระยะเวลารอสินค้า (lead times) โดยเฉลี่ยในเดือนมิถุนายนยังเพิ่มขึ้นเป็น 7.6 สัปดาห์ จาก 7.0 สัปดาห์ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 5.5 สัปดาห์ สะท้อนถึงอุปทานในประเทศที่ตึงตัวขึ้น