Story
นิวยอร์กฟ้อง 3M และ DuPont กรณี 'สารเคมีอมตะ' ในสินค้าอุปโภคบริโภค

รัฐนิวยอร์กได้ยื่นฟ้องบริษัท 3M, DuPont และบริษัทเคมีภัณฑ์อื่นๆ หลายแห่งในข้อหาสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ 'สารเคมีอมตะ' หรือ PFAS ซึ่งบริษัทเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าทราบดีถึงความเป็นพิษและอันตรายของสารดังกล่าว
รายละเอียดการฟ้องร้อง
นางเลทิเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์ก ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในเมืองออลบานี โดยกล่าวหาว่าบริษัทจำเลยได้ปกปิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสาร PFAS ต่อผู้บริโภคมานานหลายทศวรรษ แม้ว่าบริษัทจะเริ่มทยอยเลิกใช้สารเคมีบางชนิดไปแล้วก็ตาม
คำฟ้องดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขอคำสั่งศาลให้บริษัทต่างๆ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและทำความสะอาดมลพิษ รวมถึงต้องแจ้งเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับความเสี่ยงอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ รัฐนิวยอร์กยังเรียกร้องค่าเสียหาย การชดใช้ และบทลงโทษอื่นๆ
- จำเลยหลัก: 3M, DuPont
- จำเลยอื่นๆ: Chemours, Corteva และ EIDP ซึ่งเป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาจาก DuPont
นางเจมส์กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ชุมชนของเราต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการปกป้องผู้คนจากสารเคมีอมตะที่เป็นพิษเหล่านี้และทำความสะอาดการปนเปื้อนมาเป็นเวลานานเกินไป" ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าบริษัทจำเลยยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในทันที
ความเสี่ยงจาก 'สารเคมีอมตะ'
Adสาร PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) เป็นกลุ่มสารเคมีที่พบได้ในผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคและเชิงพาณิชย์หลายร้อยชนิด เช่น เครื่องสำอาง กระทะเคลือบสารกันติด และเสื้อผ้ากันน้ำกันเปื้อน สารกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า 'สารเคมีอมตะ' (forever chemicals) เนื่องจากไม่สามารถย่อยสลายได้ง่ายในร่างกายมนุษย์หรือในสิ่งแวดล้อม
การศึกษาวิจัยหลายชิ้นเชื่อมโยงการสัมผัสสาร PFAS กับผลกระทบทางลบต่อสุขภาพหลายประการ ซึ่งรวมถึง:
- ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้น
- ภาวะน้ำหนักแรกเกิดต่ำ
- การตอบสนองของแอนติบอดีต่อวัคซีนลดลง
- ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งไตและมะเร็งอัณฑะ
ผลกระทบต่อนักลงทุน
การฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านกฎหมายและการเงินที่สำคัญสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในการชดใช้ค่าเสียหายและค่าดำเนินการทำความสะอาดสิ่งปนเปื้อน นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลลัพธ์อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินและราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ในระยะยาว