Story
Mastercard โชว์ฟอร์มเหนือ Visa ในฤดูกาลประกาศผลประกอบการล่าสุด

Summary
Mastercard รายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่งและสูงกว่าคาดการณ์อย่างชัดเจน ขณะที่ Visa แม้ผลประกอบการจะดีกว่าคาด แต่ถูกบดบังด้วยข่าวการปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ สะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันของนักลงทุนต่อสองยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงิน
Mastercard และ Visa สองบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการชำระเงิน ได้ประกาศผลประกอบการล่าสุดซึ่งแสดงภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Mastercard มีผลงานที่โดดเด่นกว่าด้วยการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Visa เผชิญกับความกังวลของนักลงทุนหลังประกาศแผนลดพนักงานครั้งใหญ่
ผลประกอบการเทียบหมัดต่อหมัด
ในฤดูกาลรายงานผลประกอบการครั้งนี้ Mastercard (MA) สร้างความประทับใจให้นักลงทุนอย่างมากด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 5.66%
ในทางกลับกัน Visa (V) ก็มีผลประกอบการที่ดีกว่าคาดการณ์เช่นกัน โดยมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าคาด 3.11% และรายได้เติบโต 14% YoY อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเติบโตของกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 11% ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด
- กำไรต่อหุ้น (EPS) เทียบกับคาดการณ์: Mastercard +5.66% ขณะที่ Visa +3.11%
- การเติบโตของกำไรสุทธิ (YoY): Mastercard +19% ขณะที่ Visa ประมาณ +11%
- ปฏิกิริยาของตลาด: ราคาหุ้น MA ปรับตัวขึ้น +2.78% ขณะที่หุ้น V ปรับตัวลง -1.35% หลังการประกาศ
ปัจจัยบวกและลบที่น่าจับตา
Adจุดแข็งของ Mastercard ในไตรมาสนี้คือการรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งและไม่มีปัจจัยลบที่น่ากังวลเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่มองว่า MA เป็นหุ้นที่มีโอกาส "beat-and-raise" หรือมีผลประกอบการดีกว่าคาดและปรับเพิ่มเป้าหมายในอนาคต
สำหรับ Visa แม้จะรายงานปริมาณการชำระเงินผ่านเครือข่ายที่สูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรก และปริมาณการใช้จ่ายข้ามพรมแดนเติบโต 12% แต่ข่าวการประกาศปรับลดพนักงานลง 7% หรือประมาณ 2,600 ตำแหน่ง ได้สร้างความกังวลต่อนักลงทุน การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้น 17% YoY ซึ่งรวมถึงค่าชดเชยเลิกจ้างมูลค่า 563 ล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นสัญญาณของแรงกดดันด้านต้นทุนมากกว่าความแข็งแกร่ง
ภาพรวมอนาคตและความเสี่ยงร่วม
เมื่อมองไปข้างหน้า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Mastercard จะยังคงมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นที่สูงกว่า Visa อย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทต่างเผชิญกับความเสี่ยงร่วมกันจากระบบการชำระเงินแบบทันที (Instant Payment) เช่น Pix ของบราซิล ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งของบัตรเครดิตในการทำธุรกรรมลดลงจากประมาณ 20% เหลือเพียง 15% ในตลาดดังกล่าว
โดยสรุป ในรอบการรายงานผลประกอบการนี้ Mastercard ถือเป็นผู้ชนะที่ชัดเจนกว่า ด้วยการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งกว่าและรายงานที่ไม่มีปัจจัยลบซ่อนเร้น ขณะที่ Visa แม้จะมีตัวเลขพื้นฐานที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากประเด็นเรื่องการควบคุมต้นทุนและการปรับโครงสร้างองค์กร
Read next
More on หุ้น
บริษัท Iovance Biotherapeutics ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2026 ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพแห่งนี้ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีเป็นระหว่าง 410 ล้านถึง 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยให้เหตุผลว่ามาจากความต้องการยารักษาโรคมะเร็งที่แข็งแกร่ง

เจพีมอร์แกนปรับลดอันดับ Monday.com เป็นระดับ "เป็นกลาง" เนื่องจากอัตราการเติบโตของลูกค้าชะลอตัว
ธนาคารเพื่อการลงทุนได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทซอฟต์แวร์บริหารจัดการงาน โดยอ้างถึงรายได้ประจำใหม่ที่ลดลงและวงจรการขายที่ยาวนานขึ้นในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก

ธุรกรรมภายใน: ซีอีโอของ Meta และ CrowdStrike ขายหุ้น ขณะที่ผู้บริหารเข้าซื้อหุ้นในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ
รายงานล่าสุดที่ยื่นต่อ SEC แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารของ Meta และ CrowdStrike ขายหุ้นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ผู้นำของ Angel Oak Mortgage REIT และ Inhibrx Biosciences ซื้อหุ้นในตลาดเปิดเป็นจำนวนมาก

หุ้นของ Plug Power พุ่งขึ้นจากการทำข้อตกลงเครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 280 เมกะวัตต์สำหรับโครงการเชื้อเพลิงสีเขียวในเดนมาร์ก
บริษัท Plug Power ได้รับข้อตกลงสำคัญในการจัดหาเครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 280 เมกะวัตต์ให้กับ Arcadia eFuels สำหรับโครงการเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนในเดนมาร์ก ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด