Story
หุ้น Kioxia ร่วงกว่า 9% นักลงทุนกังวลก่อนรายงานผลประกอบการกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

ราคาหุ้นของ Kioxia บริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำ NAND รายใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วงลงอย่างหนักถึง 9.3% มาอยู่ที่ระดับ 69,850 เยนในการซื้อขายวันนี้ ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนเข้าสู่สัปดาห์สำคัญของภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
ความกังวลก่อนการประกาศผลประกอบการ
นักลงทุนกำลังจับตามองการรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมชิปอย่าง ASML และ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งผลประกอบการของทั้งสองบริษัทจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้จ่ายด้านทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI, อุปสงค์ของหน่วยความจำ และภาพรวมการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงครึ่งหลังของปี
ความกังวลดังกล่าวยังสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลง นำโดยหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองเพื่อลดความเสี่ยงก่อนการประกาศผลประกอบการที่สำคัญ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในหุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตลาดกำลังประเมินว่ามูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นจากกระแส AI จะสามารถคงอยู่ต่อไปได้หรือไม่ ท่ามกลางความคาดหวังของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
มุมมองเชิงลบจากนักวิเคราะห์
นอกเหนือจากความกังวลในภาพรวมของอุตสาหกรรมแล้ว หุ้น Kioxia ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากมุมมองเชิงลบของ Bernstein ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วได้คงคำแนะนำ "ขาย" (Sell) สำหรับหุ้น Kioxia พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 40,000 เยน ซึ่งสวนทางกับความเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่เป็นบวกอย่างท่วมท้น
Adแม้ว่า Bernstein จะยอมรับว่าบริษัทมีแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งในระยะสั้นจากราคา NAND ที่ดีดตัวขึ้นและอุปสงค์จาก AI แต่ก็ให้เหตุผลว่านักลงทุนกำลังประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้ผลประกอบการในช่วงที่อุตสาหกรรมเป็นขาขึ้นสูงสุด (peak-cycle) ราวกับว่าจะเป็นระดับที่ยั่งยืนในระยะยาว
ภาพรวมราคาหุ้น
การปรับตัวลงในครั้งนี้ทำให้ราคาหุ้น Kioxia ถอยห่างจากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 112,700 เยนอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงสูงกว่าจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 2,270 เยนอยู่มาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวขึ้นอย่างมหาศาลนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดเมื่อเดือนธันวาคม 2024
โดยสรุป การร่วงลงอย่างรุนแรงของหุ้น Kioxia ในวันนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยลบเฉพาะของบริษัท แต่เป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนการประกาศผลประกอบการของ ASML และ TSMC, มุมมองเชิงลบที่มีอยู่เดิมจาก Bernstein และการเทขายทำกำไรหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา