Story
ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุรอบใหม่ ฉุดตลาดน้ำมันผันผวน ขณะที่ความกังวลเงินเฟ้อกดดันตลาดโลก

สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียดอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันหลายระลอก ส่งผลให้ราคาน้ำมันเกิดความผันผวนอย่างหนัก และทำให้นักลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
การเผชิญหน้าในอ่าวเปอร์เซีย
ความขัดแย้งรอบล่าสุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน พร้อมทั้งยกเลิกการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซที่เกิดขึ้นหลายครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค
การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ตลาดจะตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้วยความระมัดระวัง แต่นักลงทุนยังคงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างปัจจัยด้านอุปทานที่อาจหยุดชะงัก หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต กับภาวะอุปทานล้นตลาดที่อาจเกิดขึ้นหากสถานการณ์คลี่คลายลง
ผลกระทบภูมิรัฐศาสตร์ขยายวงกว้าง
นอกเหนือจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สถานการณ์ในยุโรปตะวันออกก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยในการประชุมสุดยอดนาโต ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะอนุญาตให้ยูเครนผลิตระบบสกัดกั้นขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) ได้เอง ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของยูเครนในการเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศ
Adในขณะเดียวกัน การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียโดยโดรนของยูเครนเริ่มส่งผลกระทบอย่างชัดเจน โดยรัสเซียได้ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดในประเทศ การตัดสินใจดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อตลาดดีเซลโลก ซึ่งมีปริมาณสำรองที่จำกัดอยู่แล้ว
ตลาดการเงินผันผวนจับตาสัญญาณเงินเฟ้อ
ความผันผวนของราคาพลังงานได้สร้างความซับซ้อนให้กับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารกลางต่าง ๆ กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนมิถุนายนบ่งชี้ว่า กรรมการบางส่วนเห็นสัญญาณแรงกดดันด้านราคาที่ "แผ่เป็นวงกว้างมากขึ้น" ซึ่งอาจเป็นเหตุผลในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า
ความกังวลดังกล่าวสะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ก่อนจะปรับตัวลดลงในภายหลัง ขณะที่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน แม้ว่าหุ้นของ SK Hynix ผู้ผลิตชิปจากเกาหลีใต้ จะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามในการเสนอขายหุ้นในสหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ว่ากระแสความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI ยังคงแข็งแกร่ง
สำหรับสัปดาห์หน้า นักลงทุนจะจับตาข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน รวมถึงการเริ่มต้นฤดูกาลประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงิน