Story
บิตคอยน์พุ่ง 8% จ่อ 70,000 ดอลลาร์ หลังตลาดชอร์ตเซลถูกบีบกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์

ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงราว 8% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยทะยานจากระดับประมาณ 64,600 ดอลลาร์ ขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 70,000 ดอลลาร์ การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการบังคับปิดสถานะขาย (short squeeze) ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยกระตุ้นจากการคลังสหรัฐฯ
ตัวจุดประกายสำคัญของตลาดมาจากประกาศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (10-30 ปี) ขึ้นอย่างน้อยสองเท่า เป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนเป็นต้นไป
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว และกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงบิตคอยน์ Paul Howard ผู้อำนวยการอาวุโสของ Wincent สถาบันซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุว่า "แม้แผนการนี้จะไม่ใช่การผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยตรง แต่ก็มีผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ"
สัญญาณบวกจาก ETF และข้อมูล On-Chain
การฟื้นตัวของราคายังได้รับแรงหนุนจากเงินทุนสถาบันที่ไหลกลับเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ โดยข้อมูลระบุว่ามีเงินทุนไหลเข้าสุทธิรวมกันประมาณ 487 ล้านดอลลาร์ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา (17-18 สิงหาคม) ซึ่งเป็นผลดีโดยตรงต่อนักลงทุนที่ถือครองกองทุนอย่าง IBIT ของ BlackRock
Adขณะเดียวกัน ข้อมูลบนบล็อกเชน (On-chain) จาก CryptoQuant แสดงให้เห็นถึงการสะสมบิตคอยน์อย่างต่อเนื่องของนักลงทุนรายใหญ่ (Whales) โดยในช่วง 60 วันที่ผ่านมา มีการเข้าซื้อสุทธิประมาณ 43,000 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 2.75 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ข้อมูลจาก VanEck ยังชี้ว่าสัญญาณการยอมแพ้ของตลาด (capitulation indicators) ส่วนใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงสร้างฐานราคา
มุมมองที่แตกต่างและสิ่งที่ต้องจับตา
แม้จะมีสัญญาณบวกหลายประการ แต่ตลาดยังคงมีความเห็นที่แตกต่าง Mike McGlone นักยุทธศาสตร์ของ Bloomberg Intelligence เตือนว่า หากบิตคอยน์ยังคงอ่อนตัวต่ำกว่าระดับ 69,000 ดอลลาร์ อาจมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงไปถึง 10,000 ดอลลาร์ได้ ในขณะที่ Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้ง SkyBridge Capital มองว่านี่เป็นเพียงการฟื้นตัวในตลาดหมี แต่การที่ราคาลดลงเพียง 55% จากจุดสูงสุด ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเริ่มมีผู้ซื้อเข้ามาสะสมเพื่อรอรอบขาขึ้นถัดไปแล้ว
สำหรับแนวโน้มระยะสั้น ปัจจัยทางเทคนิคที่ต้องจับตาคือ บิตคอยน์จะสามารถยืนเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคงหรือไม่ หากไม่สามารถผ่านไปได้ แนวรับสำคัญจะอยู่ที่บริเวณ 64,000-65,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากหลุดระดับดังกล่าวจะส่งผลลบต่อภาพรวมในระยะสั้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เช่น ดัชนีภาคการผลิตและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ซึ่งจะส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และสภาพคล่องในตลาดการเงินโดยรวม
Read next
More on คริปโต
Bybit ขยายการแข่งขันซื้อขายประจำปีไปสู่หุ้นและทองคำ พร้อมเงินรางวัลรวม 10 ล้านดอลลาร์
Bybit ประกาศว่าการแข่งขัน World Series of Trading ปี 2026 จะมีเงินรางวัลรวมสูงถึง 10 ล้าน USDT และจะขยายขอบเขตจากสกุลเงินดิจิทัลไปสู่สินทรัพย์แบบดั้งเดิม รวมถึงมีหมวดหมู่การซื้อขายด้วย AI โดยเฉพาะเป็นครั้งแรก

บิตคอยน์ใกล้แตะ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นหนุนสินทรัพย์เสี่ยง ก่อนการประกาศผลการตัดสินใจของเฟด
สกุลเงินดิจิทัลชั้นนำฟื้นตัวจากภาวะขาดทุนก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม กำไรมีจำกัด เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยและแนวทางในอนาคตของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ราคา Bitcoin ทรงตัวใกล้ 80,000 ดอลลาร์ เนื่องจาก MicroStrategy ระงับการซื้อ และการประชุมของเฟดกำลังจะมาถึง
ราคาของ Bitcoin ปรับตัวลดลงต่ำกว่าช่วงราคาซื้อขายล่าสุด เนื่องจาก MicroStrategy ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้หยุดการซื้อรายสัปดาห์ และนักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้นก่อนการตัดสินใจด้านนโยบายที่สำคัญของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve)

Bitget Wallet เตรียมเปิดบัญชี USD และ Euro พร้อมระบบแปลง Stablecoin อัตโนมัติ
กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบดูแลตนเองกำลังเปิดตัว 'บัญชีเสมือน' ที่แปลงเงินฝากสกุลเงินทั่วไปเป็น USDT หรือ USDC โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนสำหรับการชำระเงินและการโอนเงินข้ามพรมแดน