Story
บิตคอยน์ฟื้นตัวเหนือ 60,000 ดอลลาร์ แต่ยังเสี่ยงขาดทุนรายไตรมาสจากเงินทุน ETF ไหลออกต่อเนื่อง

Summary
ราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ภาพรวมยังคงมุ่งหน้าสู่การขาดทุนเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน โดยได้รับแรงกดดันจากการไหลออกของเงินทุนจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มดอกเบี้ยที่ไม่แน่นอนของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 60,303.8 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ภาพรวมยังคงมีแนวโน้มที่จะปิดไตรมาสด้วยการขาดทุนราว 13% ซึ่งอาจนับเป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ที่บิตคอยน์เผชิญกับการขาดทุนติดต่อกันสองไตรมาส
ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคริปโทเคอร์เรนซีคือการไหลออกของเงินทุนจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่า กองทุนเหล่านี้มีเงินทุนไหลออกสุทธิติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลออกไปแล้วประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดรวมการไหลออกรายเดือนสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ลดลงจากนักลงทุนสถาบัน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดในวงกว้าง
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อและตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทเคอร์เรนซีมีความน่าสนใจน้อยลง
Adในขณะเดียวกัน สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ (Altcoins) ส่วนใหญ่ก็มีการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับบิตคอยน์ โดย Ethereum (ETH) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลอันดับสองของโลก ปรับตัวขึ้น 3.5% ขณะที่ XRP, Solana (SOL) และ Cardano (ADA) ก็มีราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน