Story

AstraZeneca ชนะคดีอุทธรณ์สิทธิบัตรยา Tagrisso หลังศาลสหรัฐฯ ชี้สิทธิบัตรของ Pfizer เป็นโมฆะ

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 9, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
AstraZeneca ชนะคดีอุทธรณ์สิทธิบัตรยา Tagrisso หลังศาลสหรัฐฯ ชี้สิทธิบัตรของ Pfizer เป็นโมฆะ
Text size
Background

ศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้บริษัท AstraZeneca เป็นฝ่ายชนะในคดีข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรกับบริษัท Wyeth ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Pfizer เกี่ยวกับยารักษามะเร็งปอดชื่อดังอย่าง Tagrisso คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของบริษัทยายักษ์ใหญ่จากสหราชอาณาจักรในการปกป้องแหล่งรายได้หลักของตนเอง

รายละเอียดคำตัดสินของศาล

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์กลางแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Court of Appeals for the Federal Circuit) ในกรุงวอชิงตัน ได้เห็นพ้องกับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ระบุว่าสิทธิบัตร 2 ฉบับที่ Wyeth ใช้ฟ้องร้อง AstraZeneca นั้นถือเป็นโมฆะ

เหตุผลสำคัญที่ศาลใช้ในการตัดสินคือ สิทธิบัตรดังกล่าวขาดคำอธิบายสิ่งประดิษฐ์เป็นลายลักษณ์อักษรที่สมบูรณ์ (valid written descriptions) และไม่สามารถทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วไปสามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์นั้นขึ้นมาใหม่ได้หากปราศจากการทดลองที่มากเกินความจำเป็น (excessive experimentation)

ความสำคัญต่อรายได้ของ AstraZeneca

ชัยชนะในคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ AstraZeneca เนื่องจากยา Tagrisso เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับบริษัท ข้อมูลจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ในปีที่แล้ว ยาดังกล่าวสร้างรายได้ทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Sample IUX Markets – In-articleAd

คำตัดสินนี้ช่วยให้ AstraZeneca ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายมูลค่ามหาศาลที่คณะลูกขุนเคยตัดสินไว้ก่อนหน้านี้ และยังเป็นการขจัดความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทในอนาคต

ย้อนรอยคดีความ

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 เมื่อ Pfizer ซึ่งเข้าซื้อกิจการ Wyeth ในปี 2009 ได้ยื่นฟ้อง AstraZeneca โดยอ้างว่ายา Tagrisso ได้ละเมิดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับยารักษามะเร็งเต้านม Nerlynx ซึ่งผลิตโดยบริษัท Puma Biotechnology ภายใต้ใบอนุญาตจาก Pfizer

เดิมทีในปี 2024 คณะลูกขุนในรัฐเดลาแวร์ได้ตัดสินให้ Wyeth ชนะคดีและสั่งให้ AstraZeneca จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 107.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ในปีเดียวกัน ผู้พิพากษา Matthew Kennelly ได้กลับคำตัดสินดังกล่าว โดยให้เหตุผลเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสิทธิบัตร ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันในคำตัดสินล่าสุด

Back to latest news

LATEST