Story
AstraZeneca ชนะคดีอุทธรณ์สิทธิบัตรยา Tagrisso หลังศาลสหรัฐฯ ชี้สิทธิบัตรของ Pfizer เป็นโมฆะ

ศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้บริษัท AstraZeneca เป็นฝ่ายชนะในคดีข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรกับบริษัท Wyeth ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Pfizer เกี่ยวกับยารักษามะเร็งปอดชื่อดังอย่าง Tagrisso คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของบริษัทยายักษ์ใหญ่จากสหราชอาณาจักรในการปกป้องแหล่งรายได้หลักของตนเอง
รายละเอียดคำตัดสินของศาล
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์กลางแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Court of Appeals for the Federal Circuit) ในกรุงวอชิงตัน ได้เห็นพ้องกับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ระบุว่าสิทธิบัตร 2 ฉบับที่ Wyeth ใช้ฟ้องร้อง AstraZeneca นั้นถือเป็นโมฆะ
เหตุผลสำคัญที่ศาลใช้ในการตัดสินคือ สิทธิบัตรดังกล่าวขาดคำอธิบายสิ่งประดิษฐ์เป็นลายลักษณ์อักษรที่สมบูรณ์ (valid written descriptions) และไม่สามารถทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วไปสามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์นั้นขึ้นมาใหม่ได้หากปราศจากการทดลองที่มากเกินความจำเป็น (excessive experimentation)
ความสำคัญต่อรายได้ของ AstraZeneca
ชัยชนะในคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ AstraZeneca เนื่องจากยา Tagrisso เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับบริษัท ข้อมูลจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ในปีที่แล้ว ยาดังกล่าวสร้างรายได้ทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Adคำตัดสินนี้ช่วยให้ AstraZeneca ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายมูลค่ามหาศาลที่คณะลูกขุนเคยตัดสินไว้ก่อนหน้านี้ และยังเป็นการขจัดความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทในอนาคต
ย้อนรอยคดีความ
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 เมื่อ Pfizer ซึ่งเข้าซื้อกิจการ Wyeth ในปี 2009 ได้ยื่นฟ้อง AstraZeneca โดยอ้างว่ายา Tagrisso ได้ละเมิดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับยารักษามะเร็งเต้านม Nerlynx ซึ่งผลิตโดยบริษัท Puma Biotechnology ภายใต้ใบอนุญาตจาก Pfizer
เดิมทีในปี 2024 คณะลูกขุนในรัฐเดลาแวร์ได้ตัดสินให้ Wyeth ชนะคดีและสั่งให้ AstraZeneca จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 107.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ในปีเดียวกัน ผู้พิพากษา Matthew Kennelly ได้กลับคำตัดสินดังกล่าว โดยให้เหตุผลเรื่องความไม่สมบูรณ์ของสิทธิบัตร ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันในคำตัดสินล่าสุด