Story
หุ้นเทคเอเชียร่วงหนัก KOSPI ดิ่งกว่า 3% นักลงทุนกังวลฟองสบู่ AI ก่อนประชุมเฟด-BOJ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดเอเชียปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันจันทร์ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับมูลค่าของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นก่อนการประชุมนโยบายการเงินที่สำคัญของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในสัปดาห์นี้
ปัจจัยกดดันจากความกังวล AI และบอนด์ยีลด์พุ่ง
แรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่ใจของนักลงทุนต่อภาวะขาขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI ที่ร้อนแรงเกินไปในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ 5% ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ที่มีมูลค่าสูงอย่างกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากจะทำให้มูลค่าในอนาคตของบริษัทลดลง
นอกจากนี้ ความกังวลดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมจากความเห็นของ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ที่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาโมเดล AI ที่ทรงพลังมากขึ้นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ซึ่งกระตุ้นให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลยังสร้างความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้ออาจยังคงอยู่ในระดับสูง และผลักดันให้ธนาคารกลางต่างๆ คงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
หุ้นชิปเกาหลีใต้และญี่ปุ่นนำทีมร่วง
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเป็นศูนย์กลางของแรงเทขายในครั้งนี้ โดยดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูง ปิดตลาดร่วงลงถึง 3.1% เนื่องจากเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเมมโมรี่ชิปรายใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักของชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่ใช้ในโปรเซสเซอร์ AI
Ad- SK Hynix ร่วงลง 4.3%
- Samsung Electronics ปรับตัวลง 2.5%
- LG Innotek ลดลง 3.1%
ในขณะเดียวกัน ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลง 1.1% โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับชิปเผชิญแรงกดดันเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนย้ายเงินออกจากหุ้นเติบโตสูง ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยหุ้น Kioxia ร่วงลง 7.1% และ Murata Manufacturing ลดลง 3.6% อย่างไรก็ตาม หุ้น Sony สามารถปรับตัวสวนกระแสขึ้นมาได้ 3.1% ช่วยพยุงดัชนีได้บางส่วน
จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
นักลงทุนกำลังจับตาการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันพุธ และธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสถึง 86% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 25 เบสิสพอยต์ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ในส่วนของ BOJ ตลาดคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นและสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น สัญญาณล่วงหน้าจากตลาดสหรัฐฯ ยังคงอ่อนแอ โดยดัชนี Nasdaq 100 Futures ร่วงลง 1.2% ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอาจดำเนินต่อไป
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้