Story
ตลาดหุ้น AI ปรับฐาน หลังมีความเห็นชะลอการพัฒนา แต่กลยุทธ์คัดหุ้นด้วย AI ยังให้ผลตอบแทนสูงถึง 22%

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันในช่วงก่อนเปิดตลาด หลังจากความเห็นของผู้บริหารระดับสูงในวงการ AI ที่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ได้สร้างความกังวลและส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้ AI ในการคัดเลือกหุ้นบางส่วนยังคงสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง
ตลาดกังวลประเด็นชะลอการพัฒนา AI
รายงานจาก Investing.com ระบุว่า ตลาดฟิวเจอร์สส่งสัญญาณการเปิดตลาดที่อ่อนตัวลง โดยดัชนี Nasdaq Futures ร่วงลง 1.65% และ S&P 500 Futures ลดลง 0.68% ในช่วงก่อนเปิดตลาด ปัจจัยหลักมาจากความเห็นของนาย Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ที่เรียกร้องให้ "ชะลอความเร็ว" ในการพัฒนา AI ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI
ความผันผวนในตลาดยังถูกซ้ำเติมจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นกว่า 3% โดยราคาน้ำมัน WTI ซื้อขายใกล้ระดับ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ใกล้ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากปัญหาท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและการเลื่อนการประชุมทางการทูตในอ่าวฮอร์มุซ
กลยุทธ์ AI โชว์ฟอร์มแกร่งสวนกระแส
แม้ตลาดโดยรวมจะเผชิญกับความไม่แน่นอน แต่กลยุทธ์การลงทุน "Beat the S&P 500" ของ InvestingPro ซึ่งใช้ AI คัดเลือกหุ้น 20 ตัวจากดัชนี S&P 500 ที่มีแนวโน้มจะทำผลงานได้ดีที่สุดในเดือนถัดไป กลับสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าทึ่ง
Ad- กลยุทธ์นี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (equal-weighted) ที่ +4.61% ในเดือนกันยายน เอาชนะเกณฑ์มาตรฐาน S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนเพียง 0.33%
- หุ้นที่โดดเด่นที่สุดในพอร์ตโฟลิโอคือ Hewlett Packard Enterprise (HPE) ซึ่งราคาปรับตัวขึ้นถึง 22.06% นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน
- ปัจจัยหนุน HPE มาจากผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ดีกว่าคาด การปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี และอานิสงส์จากการที่ Oracle ประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ AI ทั้งภาคส่วน
นอกจากนี้ กลยุทธ์ "Tech Titans" ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี 15 ตัวที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ทำผลงานได้ดียิ่งกว่า โดยสามารถสร้างผลตอบแทนสูงกว่าดัชนี S&P 500 ถึง 7.81 percentage points โดยมีหุ้นเด่นอย่าง Intel (+15.70%), AMD (+12.30%) และ Marvell (+12.22%)
ภาพรวมสะท้อนความแตกต่างในตลาด
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 กันยายน 2026 แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนในผลการดำเนินงานของกลยุทธ์ต่างๆ พอร์ตโฟลิโอที่เน้นหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นผู้นำ ในขณะที่กลยุทธ์ที่เน้นหุ้นเชิงรับหรืออ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น "Dominate the Dow" (-1.82%) และ "Financial Fortresses" (-2.89%) มีผลการดำเนินงานที่ตามหลัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงเลือกลงทุนในกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูงแม้จะมีความผันผวนในระยะสั้นก็ตาม
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้